มาช่วยตอบค่า พอดีมีข้อมูลบ้าง เพราะเป็นหมอฟันค่า(แต่ไม่ชำนาญเรื่องนี้นักนะคะ
)
เอาสั้น ๆ นะคะ ละเอียดกว่านี้ต้องเปิด lecture แล้วค่า (ไม่รู้อยู่ไหนด้วย) เอาจากความทรงจำ (อันยาวนานละกันค่า)
การฟอกสีฟันปัจจุบันมี 2 แบบ ใหญ่ ๆ เลยคือ
1. home bleaching หรือ walking bleaching ก็ตามชื่อเลยค่า ไปทำเองที่บ้าน แต่ไม่แนะนำให้ซื้อแบบที่ขายตาม supermarket ทั่วไปมาทำเองนะคะ อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมา เช่น เสียวฟันมากกก หรือ น้ายารั่วเข้าคอได้ค่ะ โดยควรจะไปหาหมอฟันก่อน เพื่อพิมพ์ปากทำ tray ใส ๆ เฉพาะตัวเราค่ะ (แบบที่คุณ Barumbum บอก) แล้วหมอฟันก็จะตรวจประเมินว่าสีฟันเราตอนนี้สีประมาณไหน ถ้าฟอกแล้ว ควรจะขาวประมาณไหนค่า แล้วก็จะให้น้ำยาฟอกสีเพื่อเอาใบทำตอนนอน ประมาณ 1 เดือน (ระยะเวลาแล้วแต่สีค่า) แล้วก็นัดกลับมา follow up ค่า
ถ้าซื้อแบบที่ขายตาม super มันจะคล้าย ๆ เหมือนเสื้อ free size อ่ะค่ะ แต่ถ้าพิมพ์ปากเฉพาะ ก็เหมือนตัดเสื้อกับช่าง จะได้แบบที่พอดีกับการเรียงตัวของฟันค่า (เวลาใส่น้ำยาตอนนอนตอนกลางคืน จะได้ไม่รั่วออกมานะคะ)
วิธีนี้มีข้อดีคือ
ข้อเสีย ก็
- ราคาไม่แพงมาก (แล้วแต่ร้านนะคะ ไม่น่าจะเกิน 10000 นะคะ ประมาณ 6000 up มั้ง)
- น้ำยาที่ใช้จะไม่แรงมากนัก เป็น 10% carbarmide peroxide ส่วนใหญ่ค่ะ
- ทำซ้ำได้เรื่อย ๆ ค่า
- นิยมนะคะ พวกเพื่อน ๆ ที่เป็นหมอฟันก็ทำวิธีนี้กันค่า slow but sure ไง
- เสียวน้อยกว่าวิธีที่สองนะคะ แต่ไงก็เสียวค่ะ
2. In office bleaching ก็ทำในคลินิคเลยค่า พวกนี้จะใช้น้ำยาที่แรงขึ้นเยอะเช่น Hydrogen peroxide 10-30 % ประมาณนี้อ่ะคะ (เหมือนกัดสีผมอ่ะคะ) ต้องทำที่คลินิกเท่านั้นเพราะต้องมีการป้องกันเนื้อเยื่ออ่อน กระพุ้งแก้ม ขอบเหงือกไม่ให้โดนน้ำยาเลยค่า ให้โดนเฉพาะตัวฟันค่า แล้วกระตุ้นด้วยแสง ซึ่งแสงที่ใช้นี่แหล่ะที่ต่างกัน เช่น LASER, COOL LIGHT, ZOOM, etc
- ช้าค่ะ เพราะน้ำยาอ่อนนั่นเอง
- ต้องใส่ตอนนอนตอนกลางคืน ก็รำคาญอยู่เหมือนกันนะคะ (ตัวเองไม่เคยทำนะคะ เพราะเป็นพวกเสียวฟันง่าย เลยกลัวค่า อิอิ)
ส่วนใหญ่ร้านไหนใช้อะไรก็จะเชียร์ของตัวเองค่า เช่น Britesmile ก็จะเป็นแสงสีฟ้า (จำชื่อบ่ได้) ที่โปรโมทว่าไม่เสียว หรือเสียวน้อยไงค่ะ บางร้านเน้น technology ก็อาจจะมีทุกแบบเลยก็ได้ค่า Laser ก็เป็นอีกตัวค่าที่เคยมาแรงช่วงนึง ตอนนี้กระแสซาลง ZOOM กำลังมา ซึ่งโอ๋ก็ไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องนี้เท่าใดนักนะคะ แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ไม่ต่างกันค่า ระยะเวลาที่ใช้ฟอกจริง ๆ ก็พอ ๆ กัน น่าจะ 30 นาที up ขึ้นกับคุยด้วยค่า แล้วก็ถ้าฟอกครบเวลาแล้วไม่ขาวก็อาจต้องอีก cycle หรือไม่หมอก็จะใช้ home bleaching ช่วยไปทำที่บ้านค่า
ข้อดี คือ เร็วค่า เห็นเลยว่าขาวหรือไม่ ต่างชาติชอบมาก
ข้อเสียก็ เสียวมากกว่าวิธีแรกค่า แล้วก็ราคาสูงกว่าค่า (ค่า technology) 10000 up ค่า โดยทั่วไปก็ 10000-18000 มั้งค่ะ
ปล. ทุกวิธีเสียวแน่นอนค่า confirm งับ มากน้อยต่างกันไป ขึ้นกับหลายปัจจัยค่า
แล้วก็ที่สำคัญ
- ความหนาของเคลือบฟัน หรือเนื้อฟันที่เหลืออยู่ค่า ฯลฯ บางทีก่อนทำหมอก็จะให้กินยาแก้ปวดก่อนนะคะ
- สภาพฟันเป็นไง เช่นเป็นโรคเหงือก แบบเยินแต่อยากฟอก แล้วไปเจอหมอที่แบบ (ไม่อยากว่าเลย ) ก็ฟอกซะเลยทั้ง ๆ ที่ไม่ควรทำค่า เสียวชัวร์
- ฟันผุ วัสดุอุดเก่ารั่วแย่ ก็ต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นเสียวเหมือนกันค่า
- การฟอกจะได้ผลหรือไม่ต้องแล้วแต่นะคะ ว่าฟันเปลี่ยนสีเพราะอะไร เปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นฟันพวก tetracyclin หรือ fluorosis แบบเข้มมากกกกกก วิธีนี้ก่ไม่เหมาะค่า อาจต้องทำพวก veneer or crown แทน
- ฟอกไปแล้วก็เปลี่ยนสีกลับมาเข้มเหลืองเหมือนเดิมได้ทุกคนค่า (relapse) เพียงแต่ว่าจะช้าเร็วต่างกันไปในแต่ละคนค่า ส่วนใหญ่ก็ถ้าอยากขาวสวยตลอด ก็อาจต้องทำแบบ home ปีละครั้ง ถ้าเป็นแบบ inoffice ก็อาจจะ 2-3 ปีครั้งดีกว่านะคะ เสียวฟันไม่เข้าใครออกใครค่า ปกติหมอจะฟอกให้ถึงขาวกว่าที่ต้องการนิดหน่อย เพราะสีจะมี fade ลงแล้วถึงจะ stable (ซักพัก) ค่า
เย้จบแล้ว (ไหนว่าสั้น ๆ ฟ่ะเขียนไปเขียนมา ยาวมาก) หวังว่าคงช่วยไขข้อข้องใจได้บ้างตามสมควรนะคะ
โอ๋ค่า
Citizen Member /
Trusted Member
เพื่ออ่านคู่มือ ของเครื่องมือใดๆ ที่มีเครื่องหมายนี้ 
Previous
Downtown
aor777
(แต่ไม่ชำนาญเรื่องนี้นักนะคะ
)

Reply With Quote