ขอบพระคุณมากๆคะที่ให้คำปรึกษาที่ตรงใจมากๆ คุณแม่และพ่อหรือเพื่อนยังไม่มีใครกล้าให้คำแนะนำตรงไปตรงมาแบบนี้เพราะเขามักเกรงใจกับความรู้สึกของเรา เราตัดสินใจจะเลิกคะ เราคงทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

สำหรับเราเราเปิดอกคุยกับเขามาหลายครั้งเขาก้บอกจะตั้งใจทำงาน
แต่ก็เป็นได้วันนึงก็เป็นอีกแล้ว

เราว่าปัญหาเขาคือเราทำไรผิดหมด เขาจะมองเราในแง่ร้ายว่าเราเป็นคนบ้างานและจะเอาไรนักหนา คือเขาว่าๆเราจะซีเรียสทำไม จะเจ้ากี้เจ้าการเขาทำไม ว่าๆเราวัตุนิยม เขาไม่มีเงินก็ไม่มีค่า คือเราอธิบายกับเขาไปหลายครั้งว่า ไม่เกี่ยวกับว่าเขาจะมีเงินได้ขนาดไหน ถ้าเราเห็นสักนิดว่าเขาพยายามหาเงินเราก็ดีใจแล้ว

ตอนนี้เขาอยู่บ้านเราไม่เคยช่วยจ่ายค่าอะไรเลย แม่เราก็ไม่เรียกร้องไรจากเขาที่เขายอมช่วยงานที่บ้านเราว่าก็โอเคแล้ว แต่ตอนนี้ยังมาขอเงินเดือนจากเรา

เราถามเขาเมื่อไหร่จะเรียนจบถามมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วก็บอกปีหน้าๆๆ

เราต้องพยายามรักษาหน้าตาให้เขาตลอด

อย่างเรื่องงานพยายามฝึกงานให้เขาแล้วแต่เหมือนเขาไม่ใส่ใจ อย่างเชน

อาทิตย์ที่แล้วเรามอบอำนาจให้เขาไปเอาเช็ค เขาก็ทำใบรับเช็คหาย
เราให้เขาไปทำเอกสาร Telefax ก็ดันทำหาย พอใช้ไปน้อมจิตย์ไปยกเลิกโทรศัพย์ แล้วแวะไปเอานาฬิกา ก็ไปยกเลิกอย่างเดียวลืมนาฬิกา พอเราว่าเขาก็จะว่าเรางี่เง่าคนเราทำผิดกันได้ ให้พิมพ์งาน เซฟแล้วก็หาไฟล์เซฟไม่เจอ มีวันนึงแม่พาเขาไปบรีฟงานกับผู้ใหญ่ ให้เขาเป็นเลขาไว้จดๆๆเพราะอยากลองฝึกเขา สรุปจดไรมาไม๊รู้อ่านไม่รู้เรื่อง แถมไม่จดละเอียด สิ่งสำคัญๆไม่จดมาแม่เราเลยโมโหใหญ่ ยังมีอื่นๆอีกมากมาย

สรุปข้อดีของเขาจากที่เราคิดคือเขารักเรา เขาบอกว่าเราเป็นครึ่งนึงของชีวิตเขา แต่เราเริ่มไม่มั่นใจแล้วคะ เครียดมากจริงๆคะ

เราคิดว่าเราคงจะ print กระทู้ทั้งหมดแล้วส่ง mail เขาได้อ่านให้เขาคิดได้บ้างว่าที่เขาทำทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ เราวัตถุนิยมเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าความรัก

ยังส่งความเห้นมาได้นะคะยังเปิดอ่านตลอดทุก 10 นาทีเลยคะ

ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับความคิดเห็นที่ดีๆทุกข้อความคะ