วันที่ 20 ตุลา 2552
ทางสามีของคุณโม คือคุณโชติก็ได้โทรติดต่อเรามาผ่านทางเบอร์แฟนเรา แล้วก็ถามเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งเราเลยถามว่าไม่ทราบได้อ่าน เมล์ที่ส่งไปให้รึยังเพราะในนั้นละเอียดมากๆ แล้วเขายังจะมาต่อว่าเราอีกว่าเรื่องนี้เราควรคุยกันทางโทรศัพท์ไม่ใช่ทาง เอกสารหรือตัวหนังสืออย่างเช่นอีเมล์ ทั้งๆที่ทางภรรยาของเขาเองเป็นคนไม่อยากคุยกับเราทางโทรศัพท์แล้วก็พยายาม ปัดให้เราส่งรายละเอียดไปทางอีเมล์ซึ่งเราก็ทำ แต่เราก็ต้องแปลกใจมากที่เขาก้ยังไม่ได้อ่านเมล์เราให้ละเอียด ทั้งๆที่ถ้าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเค้าจริงเขาคงจะต้องศึกษาราย ละเอียดให้ครบทุกทาง เราก็เล่ารายละเอียดไปเหมืนที่อยู่ในเมล์ พอเล่าเสร็จเขาก้บอกว่ากล้องวงจรปิดมันไม่เห็นใครเข้าไปทางประตูห้องเราเลย แต่คื่อเราก้ไม่ได้คิดอยู่แล้วว่ามันจะเข้าทางประตูห้องเพราะมันสามรถเข้า ทางหน้าต่างข้างๆห้องได้เพราะเปิดไว้ แต่มันก้สูงพอสมควร แต่เราไปดูมาแล้วถ้าเป้นผู้ชายมันก้ปีนได้เพราะตรงพื่นดินที่ตรงกับหน้าต่าง เรามันมีเนินดินอยู่ซึ่งสามารถปีนได้แน่นอนซึ่งตอนที่ตำรวจมาดูเขาก้ยังบอก เลยว่าปีนได้
ซึ่งเราก็ต้องย้ำกับเขาหลายรอบมากว่าตำรวจก็ยังเห็นด้วยว่าปีนได้ เพราะเหมือนเขาจะไม่ยอมรับว่าทางรีสอรท์เค้ามีจุดด้อยอยู่ ไม่ใช่แค่ปีนได้นะแต่ใต้ถุนบ้านเราก็ยังมีบันไดงูยาวๆวางอยู่เลย มีกระป่องสีมีอะไรเหมือนเป็นที่เก็บของของคนงานแต่เข้าทางใต้บ้านเราได้ คุณโชติพูดจาดีแต่ก้แฝงด้วยจิตใจที่มีอคติเราเหมือนกันคือพูดเหมือนฝืนพูดดี เพราะก่อนเราจะวางเราก้เล่าให้เขาฟังเรื่องที่คุณโมพูดกับเราอย่างนั้นมัน หมิ่นประมาทกันชัดๆ เขาก็ตอบกลับมากว่า จะเอาหยังงั้นเลยหรอ?
แล้วเราก็บอกว่าที่คุณโมทำเมื่อวานเป้นเรื่องที่เสียความรู้สึกมากแต่เขาด้น ตอบกลับมาว่า คือเราก้อต้องรับผิดชอบทั้งตัวเราเองแล้วก็ผู้อืน คุณเข้าใจประโยคนี้ไหมครับ เราก้คิดว่ามันเกียวไรกันวะ แล้วเค้าก้ย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องคืนนั้น ซึ่งเราก้บอกว่าเราไม่ได้พูดถึงคืนนั้นเราพูดถึงแค่เมื่อวานนี้เนี่ยยยยที่ โทรไปหาคุณโมเนี่ยยย คุณโมเค้าพูดมาไม่ดีเลยแต่คุณโชติพูดดีมาก เค้ากลับตอบเรามาว่า นี่ผมไม่ได้โทรมาเพื่อจะปลอบคุณนะครับ ซึ่งเรารู้สึกแย่มากกับคำนี้เพราะมันแสดงออกมาว่าเค้าไม่ได้เสียใจกับสิ่ง ที่ภรรยาเขาเองพูดกับลูกค้าอย่างนี้ แถมยังทำให้เราคิดอีกว่า เค้าก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากภรรยาเขาสักนิดเพียงแค่แกล้งพูดดีๆเก่งกว่าแต่ ความคิดก็แย่พอกัน เราเลยบอกว่าแน่อยุ่แล้วเพราะไม่มีใครมาปลอบเราได้ก็ของเราหายนี่ใครจะปลอบ ได้
หลังจากนั้นสักพักเค้าก็โทรมาหาแฟนเราอีกแต่คราวนี่คือแฟนเราเขา ไม่อยากให้เราคุยแล้วเพราะเขาเห้นเราเครียดแล้วก็เสียความรู้สึกมามากกแล้ว เค้าเลยบอกว่ามีอะไรก้คุยกับเค้าได้เลย ทางคุณโชติจึงบอกให้เราไปขอ call detail จาก GSM เราอยู่เซ็นทรัลพอดีก็เลยรีบขึ้นไปขอ
เราได้ call detail มาแล้วจาก AIS แต่ในนั้นมันไม่มีข้อมูลที่จะบอกได้เลยว่าโทรศัพท์เราอยู่ที่ไหน พอได้มาเราก็ส่งไปให้ ไอ้โชติ ซึ่งต่อไปนี้ต้องขอเรียกว่า ไอ้ จริงๆ แล้วก็ช่วยๆกันดูรายละเอียด ประมาณ 3 วัน เรารู้สึกว่าไอ้โชติมันไม่ได้อยากจะช่วยเราจริงๆหรอกมันแค่อยากจะยื้อเวลา ออกไปเรื่อยๆ เราเลยตัดสินใจโทรไปถามว่า นี้มันก็หมดทางหาแล้วมันคงไม่เจอแล้วล่ะ แล้วถ้าไม่เจอคุณโชติจะรับผิดชอบยังไง จะไปเคลียร์กันที่ไหน แต่มันกลับตอบมาว่า มันจะไม่รับผิดชอบ เราเลยบอกว่าแต่ของมันหายในโรงแรมคุณนะ มันตอบว่า อ่าว แต่ผมไม่ได้หยิบไปนี่ครับ!! พูดกลับมาอย่างนี้ได้ยังไง เราเลยบอกว่าถ้าจะพูดหยั่งนี้ เราจะให้แม่เราโทรไปคุย แล้วเราก็วาง อีกวันหนึ่งแม่เราเลยโทรไปคุย มันก็พูดจายืดเยื้อ แถมยังบอกแม่เราอีกว่า กล้องวงจรปิดที่โรงแรมมันไม่ได้เอาไว้จับโจร แต่เอาไว้ดูว่าพนักงานหรือลูกน้องมันอยู่ไหน!!!!!!! พอได้ยินคำนี้แม่เราก็ปรี๊ดขึ้นมาทันที แม่ถามว่าจะรับผิดชอบไหม มันบอกว่าทำไมเด็กไม่รับผิดชอบของตัวเอง แม่เราก็ยิ่งงง กับความไม่มีจรรยาบรรณ ของโรงแรมนี้ ทั้งๆที่มีสัญญา อยู่แล้ว แม่เราเลยวาง แล้วก็ให้ตำรวจที่รู้จักกัน ติดต่อไปหาตำรวจที่ปาย ให้เขาเอาสัญญาไปทวงถามให้ที่โรงแรมมันเลย พอตำรวจไปถามมันบอกว่า “ถ้าอยากจะได้คืนก้ไปฟ้องเอา”ตอนนี้เราก้เลยกำลังคิดอยู่ว่าจะยังไงดี มันจะเสียมากกว่าได้รึเปล่า แต่ตำรวจเขาจะช่วยเราเราจะไปร้องเรียนที่ ททท.
ถ้าใครที่กำลังคิดจะไปเที่ยวที่ปาย ก้เลือกรีสอร์ทที่ดีๆไม่ใช่ในเรื่องการตกแต่ง แต่เป็นการจริงใจบริการและ ความรับผิดชอบ ไม่ได้หวังแต่เงินของลูกค้า ฝากเรื่องนี้ไว้คิดก่อนจะเลือกรีสอร์ทด้วยนะคะ
จากคุณ : InLovepeanut
เขียนเมื่อ : 20 พ.ย. 52 00:26:05 [แก้ไข]
Citizen Member /
Trusted Member
เพื่ออ่านคู่มือ ของเครื่องมือใดๆ ที่มีเครื่องหมายนี้ 
Previous
Downtown
witcherii
Reply With Quote
U r.. my L i F e
" ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า คิดให้ดีก็จะรู้ว่า.....คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว " 