ฉันเกิดมาในครอบครัวมีฐานะปานกลาง
พ่อทิ้งแม่ไปตั้งแต่พวกเรา ๓คนพี่น้องซึ่งเป็นผู้หญิงล้วนยังเป็นเด็ก
ภาพที่พวกเราเห็นคือภาพของแม่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอมเกร็ง
ที่ทำงานตื่นตั้งแต่ดึกเพื่อเตรียมวัตถุดิบของก๋วยเตี๋ยว
ที่แม่เปิดร้านเล็กๆ อยู่ในมุมของถนนสายหนึ่งแม่มีอาหารให้เราทุกมื้อ
ไม่มีอด แต่พวกเราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของฟุ่มเฟือย
หลังแม่โค้งลงเมื่อเวลาผ่านไป ริมฝีปากแม่ปิดสนิท
หากใครคนใดคนหนึ่งเอ่ยถึงพ่อขึ้นมาดวงตาเฉยชาคู่นั้น
บอกให้ลูกรับรู้ถึงความเจ็บปวดร้าวใจลึก ๆ ของแม่พวกเราเติบโตมา
ด้วยความรู้สึกอย่างนั้น..............
ในที่สุด ลูก ๆ ทุกคนก็จบการศึกษา มีงานทำพอให้ได้ชีวิตสุขสบายขึ้น
พวกเราเริ่มเก็บหอมรอมริบแล้วซื้อทาวเฮ้าส์เล็ก ๆ ไว้เป็นของเรา
วันเวลาผ่านไปได้ค่อยๆลบรอยร้าวในดวงตาของแม่ลงได้บ้าง
พวกเราสามารถเห็นประกายระยับปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว
ความสุขเล็กๆ ของแม่นั้นเอง... !!!
และแล้ววันหนึ่ง พวกเรากลับมาบ้านก็เห็นความผิดปกติของแม่
อีกคราวนี้ดูแปลกและร้อนรน แม้แม่จะพยายามเก็บความรู้สึกไว้
พวกเรารู้ดีว่ามีเงาแห่งปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา
อีกแล้ว....ใจของฉันวูบลงด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง....
‘ ....พ่อเขาจะกลับมาอยู่กับครอบครัวเราอีก....เขาลำบากมากลูก....
ทางโน้นทิ้งเขาไปหลายปีตอนนี้พ่อป่วยเป็นโรคไตอยู่
ทรมานมาก ต้องฟอกไตอยู่เรื่อยๆ เขาต้องมีคนดูแลเขาไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว...... '
หูของฉันดับไป เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนั้นว่าชิงชังพ่อแค่ไหน.....
โกรธและผูกโกรธมานานหนักหนา....
ตั้งแต่นั้นหัวใจของฉันก็ถูกเมฆหมอกสีดำมืดทะมึนแห่งความโกรธ
ปกคลุมไว้ตลอด เวลาความคิดที่เป็นบาปเกิดขึ้นกับฉันเป็นระยะ ๆ
ตามผุดขึ้นในมโนสำนึกของฉันบางทีความคิดฝ่ายดีก็เกิดขึ้นห้ามปราม
แต่ก็สู้เหตุผลของโทสะกิเลสไม่ได้เลย
‘ ทำไมพ่อจึงทิ้งเราไป.. !!‘ ทำไมพ่อจึงทำกับพวกเรา ทำกับแม่ได้ขนาดนี้.. !!
‘ ทำไมพ่อจึงต้องกลับมา กลับมาทำไม เวลาที่พวกเราต้องการพ่อ ทำไมพ่อไม่กลับ ?
เงินสักบาทไม่เคยได้จากพ่อเลย..คราวนี้พ่อต้องมาให้พวกเราให้แม่จ่ายเงินเป็นค่ารักษา ค่าฟอกไต.. ' ทำไม...ทำไม...???
ฉันบาปหรือเปล่าหนอ ? แต่ก็คิดดูเถอะใครอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้
จะทำใจได้อย่างไร...
พวกเราเริ่มอึดอัดกับภาระทางการเงินที่อยู่ ๆ ก็จู่โจมขึ้นมา
ฉันกลัวว่าฉันจะสูญเสียเงินไปหมดความตระหนี่ก็บีบคั้นจิตใจมาเรื่อย ๆ
ฉันเป็นทุกข์ทุรนทุรายในเงียบ ๆ คนเดียวยิ่งคิดก็ยิ่งคับแค้นไปหมด
อยู่มาวันหนึ่ง ได้มีโอกาสพบคน ๆ หนึ่ง ซึ่งน้องสาวได้พาฉันไปพบ
เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินอะไรบางอย่าง..... เหมือนมีมีดบางเฉียบเชือด
เฉือนกรีดผ่านสำนึกของฉันไป
‘ อภัยเพื่อรักษาใจของเราเถอะนะ.... ที่เราให้อภัยไม่ได้
เพราะอำนาจความโกรธความหวงแหน ความริษยาของเราเอง
เรากลัวว่าคนอื่นจะได้ดีถ้าเราให้อภัย...เราจึงให้ไม่ได้ '
‘ ผ่านความทุกข์มายาวนาน เขาเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไรเสียเราก็ควรกตัญญูต่อเขา
เรารักตัวเองแค่ไหนใยจึงรังเกียจคนที่มอบให้ชีวิตเราได้เล่า ?... '
‘ บางทีพ่อของคุณกำลังรออะไรบางอย่าง... รอการให้อภัย
และการยอมรับจากลูก ๆเพื่อท่านจะได้จากไปอย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย.... '
‘ ลองคิดดูว่า ในขณะที่มีโอกาสแล้วเราไม่ทำ
หากเวลาล่วงเลยไปไม่มีวันเรียกวันคืนให้หวนกลับมาได้
คุณจะตอบตัวเองอย่างไรในเวลาที่เหลือ....คุณอาจจะคิดได้แต่ก็อาจ
จะสายเกินไป.... ทำวันนี้ให้เป็นมงคลของชีวิตเถิดแล้วคุณจะข้ามพ้น
กำแพงใจที่ตัวคุณเป็นคนสร้างขึ้นมา..
ฉันรู้ถึงความรู้สึกว่า ตัวมันเบาขึ้น ใจก็เบาขึ้นอย่างประหลาดไม่เคยรู้
ตัวเลยจนถึงขณะนั้นว่าตัวแบกอะไรไว้มานานหนักหนา...
แบกความโกรธความคับแค้นที่แสนหนักอึ้ง...
ฉันตัดสินใจไปซื้อพวงมาลัยมะลิสีขาวละมุนมากราบพ่อ
ที่นอนป่วยอยู่ มากราบขอโทษที่รู้สึกไม่ดีมา
ขอโอกาสไถ่บาปของตัวมีคำพูดนับร้อยที่ประเดประดังเข้ามาในใจ
ของฉันว่าฉันตั้งใจจะพูดอะไรกับพ่อดีแต่ครั้นเมื่อเดินเข้าใกล้เตียงของพ่อ
ร่างที่เหลือแต่กระดูกนั้นสะเทือนใจฉันเป็นที่สุด
มีเพียงคำเดียวที่ยากที่สุดในชีวิตที่สามารถหลุดรอดริมฝีปากของฉันออกมา เสียงมันพร่าจนพ่อลืมตามาดู
“ พ่อ.... ” ..... ได้แค่นั้นเอง.... อะไร ๆ ที่ตั้งใจจะพูดหาได้ออกมาไม่..
ฉันวางพวงมาลัยมะลิในมือพ่อให้พ่อถือไว้ แต่แล้วฉันก็ปล่อยโฮออกมา
เหมือนทำนบพังเสียใจอย่างที่สุด ความรู้สึกตอนนั้นมันบอกไม่ถูก
ฉันสะอื้นอยู่จนรู้สึกถึงมือที่อ่อนล้าของพ่อมาลูบศีรษะฉันไม่มีเสียง
อะไรเล็ดลอดออกมาจากปากพ่อมีเพียงน้ำตาที่ไหลรินเป็นสาย
ผ่านโหนกแก้มลึกตอบเท่านั้นเอง.... น้ำตาของพ่อ...ฉันคิดว่าพ่อ
ดีใจ... ดีใจที่ลูกยอมรับพ่อแล้ว !
พี่สาวกับน้องสาวค่อยๆ เดินเข้ามาสมทบ ทุกคนก้มลงกราบพ่อ...
รู้สึกเป็นสุขเหลือเกิน เรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้แสนยาก
วันรุ่งขึ้นเช้าตรู่ พวกเราพบพ่อร่างเย็นเฉียบ
ใบหน้าดูมีความสุขพ่อได้จากไปอย่างสงบ
ฉันนึกถึงคำพูดของคน ๆ นั้น เย็นหลังวาบขึ้นมาอีกครั้ง...
คุณอาจจะคิดได้แต่ก็อาจจะสายเกินไป ทำวันนี้ให้เป็นมงคลของชีวิตเถิด....
ขอบคุณสำหรับคำพูดนั้น ขอบคุณที่ฉันมีโอกาสในวันวาน...
ฉันรู้สึกเหมือนคนข้ามผ่านกำแพงหนาทึบออกมาได้
แต่หลังจากนั้นฉันกลับรู้สึกถาโถมไปกับความเสียใจ.......
.เสียใจกับความรู้สึกที่ไม่ดีของตัวเองตลอดคิดโทษตัวเองว่าทำไม่ดี
คิดไม่ดีต่อพ่อ..ทำไมมีเวลาให้ฉันทำอะไรดีๆน้อยเหลือเกิน....?
ในที่สุดฉันจึงโทรศัพท์ไปหาคนๆนั้นเล่าเรื่องทั้งหมดจนถึง
เรื่องที่พ่อเสียชีวิตและความรู้สึกทรมานใจของตัวเองในขณะนั้น..
ฉันรู้สึกแห้งผากอยากหาคนปลอบใจให้ฉันหายจากความรู้สึกเช่นนั้น.....
“ คุณโชคดีที่มีโอกาสได้ให้อภัยคนอื่น.....เอาละ...ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว..ถึงเวลาที่คุณจะต้องให้อภัยตัวเองบ้าง..... ”
ฉันจึงรู้ว่าการให้อภัยคนอื่นนั้นว่ายากแล้ว...
แต่การให้อภัยตัวเองนั้นกลับยากกว่าเป็นไหนๆ......
แต่......แต่ฉันเริ่มรู้สึกรักตัวเองและคนทั้งโลกเลยละ... !!!!
![]()
Citizen Member /
Trusted Member
เพื่ออ่านคู่มือ ของเครื่องมือใดๆ ที่มีเครื่องหมายนี้ 
Previous
Downtown
hut2211

Reply With Quote