มันเป็นเรื่องน่าเศร้าของบรรดาคนไข้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากหมอคะพี่แหวว ถ้าหมอให้ความสำคัญกับคนไข้มากกว่านี้เรื่องเศร้าก็คงไม่เกิดคะ
น้ำเสียใจกับพี่แหววเรื่องคุณย่าด้วยนะคะ
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าของบรรดาคนไข้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากหมอคะพี่แหวว ถ้าหมอให้ความสำคัญกับคนไข้มากกว่านี้เรื่องเศร้าก็คงไม่เกิดคะ
น้ำเสียใจกับพี่แหววเรื่องคุณย่าด้วยนะคะ
อ่านที่พี่น้ำโพสแล้วอึ้งมากๆๆๆเลยค่ะ
ถ้าคุณหมอเค้าจะทำแบบนี้ ไม่ต้องเรียนหมอก็ได้มั้ง
จรรยาบรรณหายไปไหนหมด โกรธแทนมากๆเลยค่ะ
เสียใจกับการจากไปของคุณย่าพี่แหววด้วยนะคะ
เป็นอุทาหรณ์สำหรับการเป็นมนุษย์ที่ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย มากๆเลยค่ะ
ถ้าช่วงเจ็บต้องเจอกับหมอแบบนี้......ไม่ไหวจริงๆค่ะ
เฮ้อ....ยิ่งอ่านเรื่องของคุณย่าพี่แหวว + น้องนาตาลี แล้วรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ จะฝากผี ฝากไข้ กับหมอไม่ได้เลย (แล้วจะไปฝากชีวิตกับใครดีล่ะ)
เพราะถ้าคนไข้ หรือ แม้กระทั่งคนปกติทุกคน สามารถวินิจฉัยโรคเองได้ จ่ายยาเองได้ ก็คงไม่ต้องไปพึ่งหมอกันแล้วล่ะค่ะ
จริงๆคนที่คิดจะเป็นหมอแล้ว ต้องมีความเสียสละอย่างมากถึงมากที่สุดเลยนะคะ เพราะตั้งใจอุตส่าห์ร่ำเรียนมาก็เพื่อจุดประสงค์และเป้าหมายหลักของอาชีพเค้า คือ ให้การรักษา แต่ทำไมหมอหลายๆคน พอถึงเวลาทำงานจริงๆกับไม่เอาใจใส่ หรือ ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คนไข้และญาติคนไข้ทุกคนเค้าไว้วางใจฝากชีวิตไว้กับเรา (ทั้งๆที่ค่าตอบแทนที่ได้รับ ก็มากกว่า คนที่ทำอาชีพอื่นๆ หลายเท่า)
ของมลก็มีเคสเกี่ยวกับหมอเหมือนกัน แต่เป็นเคสของพนักงานที่ร้านที่ใช้ประกันสังคมค่ะ พนักงานคนนี้ป่วยตลอด มาทำงานวัน หยุด 2 วัน ไปหาหมอ หมอก็ถามอาการ แล้วก็จ่ายยาตามอาการที่เราบอก ไม่มีแม้แต่กระทั่งจะตรวจ ฟัง ส่อง หรือ คลำ อะไรเลย แถมระหว่างตรวจ มีโทร.เข้ามา คุณหมอก็รับโทร.แล้วก็บอกคนไข้ว่ารอแป๊บนะ แล้วก็เดินออกไปคุยโทร.นอกห้อง ฟังแล้วจี๊ดมาก
ถัดมาอีกอาทิตย์นึง พนง.ป่วยหนัก มาทำงานไม่ได้เลย เพราะลุกขึ้นเดินไม่ไหว เนื่องจากบ้านหมุน พอจะลุกเดิน ก็รู้สึกเหมือนจะล้ม เซ เค้าโทรมาลางาน มลเลยบอกให้เค้า นัดหมอเฉพาะทางด้านประสาท แล้วตรวจแบบไม่ต้องใช้ประกันสังคม จะได้รู้ว่าเป็นไรกันแน่ เพื่อที่จะได้รักษาถูกทาง สุดท้ายหมอตรวจแล้วพบว่า เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้เกิดอาการ บ้านหมุน อาเจียน เสียการทรงตัว ตอนนี้ก็ดีขึ้น กลับมาทำงานได้ตามปกติแล้วค่ะ
เจอแบบนี้ ก็เซ็งเหมือนกันเนอะ
ปล. พี่น้ำ มาเขียนเล่าให้ฟังได้แล้ว แสดงว่าไม่ค่อยเครียดแล้วเนอะ แต่ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยเน้อ น้องคงดีขึ้นตามลำดับเรื่อยๆนะคะ
ดีขึ้นบ้างแล้วจ๊ะมล แต่ก็ยังกังวลอยู่ดีแหละ
ตอนนี้มีเรื่องปรี๊ดเรื่องใหม่อีกแล้ว บริษัทประกันจะไม่ยอมจ่าย ทางห้วหน้าหน่วยหาว่าตัวแทนกับพี่ปกปิด
อาการน้อง ไม่ยอมแจ้ง บอกได้คำเดียวว่า เวร เค๊าคิดว่าโรคนี้พอรู้ปั๊ปมันรอได้มั้ง หาว่าเรารู้ว่าน้องเป็นไรแล้วไม่ยอมแจ้ง ประมาณว่าหวังประกัน พี่นะทุเรศจริงๆ จะไม่ทำแล้วด้วยซ้ำ พอดีเพื่อนเป็นตัวแทนแล้วก็บอกเค๊าว่าจะช่วยทำ เริ่มโมโหอีกแล้ว อิ อิ ไว้จะมาเล่าเรื่องประกันให้ฟังนะคะ
มันน่าโมโหจริง ๆ หละ ถ้าบริษัทประกันเป็นแบบนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกซื้อกับตัวแทนดี ที่จะต้องเข้าข้างเรารักษาผลประโยชน์ให้เราด้วย สำหรับพี่เจอตัวแทนดีตอนเคลมประกันของลูกชาย บริษัทใหญ่ส่งตัวแทนมาสืบว่าตอนเกิดอุบัติเหตุลูกชายพี่เมาหรือเปล่า เขาจะเอาเงื่อนไขถ้าเมาแล้วขับไม่สามารถเคลมอุบัติเหตุได้ ดีที่ลูกชายพี่ไม่เมา และไปสอบปากคำตำรวจ แพทย์ ตรวจชันสูตรศพแล้วเสียชีวิตจริงไหม จนพี่โมโหพูดกับตัวแทนบริษัทฯ ว่าใครจะแกล้งตายลูกเราทั้งคน ไม่เอาเงินประกันก็ได้ แลกกับชีวิตลูกเราแถมเงินให้อีก ตัวแทนก็บอกให้เราใจเย็น ๆ เดี๋ยวเขาจะชี้แจงกับบริษัทเอง สรุปก็เรียบร้อยบริษัทก็จ่ายเงินให้ คุณน้ำใจเย็น ๆ นะคะ ใครจะบ้าอยากให้ลูกเราเป็นแบบนี้ เดี๋ยวนี้บริษัทประกันไม่ต่างอะไรกับเจ้ามือหวย เวลากินจะกินรวบ เวลาจ่ายถ้าจ่ายเยอะก็จะเบี้ยว มีข้อตุกติกเยอะ ขอบ่นแทนคุณน้ำนะคะ คุณน้ำจะได้ไม่เครียดเรื่องนี้อีกค่ะ เกือบลืมค่ะ ดีใจกับหนูนาตาลีด้วยนะคะที่อาการดีวันดีคืน
น้องหนูนาตาลี ค่อยๆ ดีวันดีคืนดีใจด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องของประกัน เคยเจอฤทธิ์ มาแล้วขอกรวดน้ำคว่ำขันเลยละค่ะ
เพราะเคยทำประกัน ก่อนทำนายหน้าเป็นญาติห่าง ๆ กัน มาดูแลพูดคุยจะปกป้องดูแลผลประโยชน์ให้ สารพัดจะสตอเบอรี่ (มาออกลายตอนหลัง) เทียวไปเทียวมาสรรหาผลประโยชน์สารพัดที่จะได้ พอตกลงทำเพราะ เกรงใจที่มาบ่อยหนี่ง สองคิดว่าคนรู้จักกันคงจะคิดหรือมีสิ่งที่ดี ๆ ให้กัน พอตกลงปั๊ปทำเอกสารอะไรเรียบร้อยแล้ว หายจ้อยเลย แถมยังส่งกรมธรรม์มาทางไปรษณีย์....
ก่อนจะมาอยู่ที่นี่ พี่ก็เจออุบัติเหตุ รถชนกันที่ชะอำ ตัวติดอยู่ในรถออกไม่ได้นะ ขาหัก ทั้ง 2 ข้าง เดินไม่ได้เป็นเกือบปีเลยละ ต้องมาเริ่มหัดเดินใหม่เลย พอไปเคลมประกันย้ำว่าต้องติดต่อไปเอง นายหน้าหายจ้อยไปเลย บริษัทแย่มาก โยกโย้ให้รอเรื่องนานมาก จนเรารำคาญตัวเองเพราะมีความรู้สึกเหมือนจะไปขอตังค์เค้า ในที่สุดก็ไปบอกในofficeว่า ตกลงไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ขอยกให้พวกคุณก็แล้วกัน....
จนถึงทุกวันนี้ เข็ดจนตายเลยละค่ะ
ยังไงน้องน้ำใจเย็น นะค่ะ เอาสุขภาพจิตของเราก่อนอย่าเครียด....