comment ด้านบน ตอบได้อย่างใจคิดเลยค่ะ
ตอนนี้เลยมีสองเหมือนกันนนนนน
comment ด้านบน ตอบได้อย่างใจคิดเลยค่ะ
ตอนนี้เลยมีสองเหมือนกันนนนนน
เห็นด้วยค่ะ ตอบโดนมากอ่ะ สามีรู้ทันมากมาก
โดยเฉพาะข้อ 1 และ เรื่องอ้วน
ลูกน่ารักออกอย่างนี้ ถ้ามีปัญญาเลี้ยงเค้าก็มีไปเถอะค่ะ (ขอโทษนะคะ ที่ใช้คำบ้านนอกไปหน่อย) ตาสี ตาสา ชาวนา ชาวไร่ เค้าก็มีกันเป็นขโยง เค้ายังเลี้ยงกันได้เลย ลูกโตมา เข้ากรุง สู้งานเลี้ยงพ่อแม่กันทุกคนอีกอย่างนะคะ
จะได้เป็นเพื่อนคู่คิดกันเมื่อโต น่าจะมีหญิงอีกคนนะคะ ชายอีกซัก 2![]()
พอตอนโต ลูกคนไหนไม่อยู่ เราก็ไปหาลูกอีกคนนึงได้
เราก็จะได้เลี้ยงหลานเยอะ ๆ ได้อีก คิดไปโน่น
ไม่ต้องกลัวลูกจะทิ้งเลยค่ะ
แต่แอ้มมีลูกคนเดียวค่ะ
เพราะว่าเราเลี้ยงลูกกันเองค่ะ ไม่ได้มีคนช่วยเลี้ยงเพราะต้องการเลี้ยงเองจริงๆ ไม่ชอบให้คนอื่นเลี้ยงลูกให้ เพราะคิดว่าลูกของเรา เราเป็นคนที่อยากมี ฉะนั้นเราต้องเลี้ยงเองให้ได้ อบรมสั่งสอนกันเอง ดูแลกันเอง
เราทำงานบริษัท ส่วนสามีมีกิจการเล็กๆที่บ้าน เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสามีที่ต้องดูแลลูกในช่วงกลางวัน พอเย็นเรากลับบ้าน เราจะรับหน้าที่ดูแลลูกเป็นหลัก คืออาบน้ำ ป้อนข้าว จนเข้านอน พอลูกโตหน่อย สามีมีหน้าที่ส่ง-รับลูกจากโรงเรียนค่ะ
ขอบอกว่า เหนื่อยมากๆ ก็เลยเป็นเหตุให้ไม่คิดจะมีคนที่สองค่ะ แล้วพอลูกเริ่มโต ถ้าเกิดมีน้องเล็กๆขึ้นมาอีก ก็จะกลายเป็นว่า ลูกคนแรกก็จะไปทำกิจกรรมต่างๆอย่างที่เค้าอยากทำไม่ได้ เช่นเที่ยวต่างจังหวัด ไปเดินป่า ดูนก ไม่ได้อีกหลายปี เพราะกว่าเราจะพาลูกออกนอกบ้าน หรือต่างจังหวัด ก็ประมาณขวบครึ่งอ่ะค่ะ
แล้วอีกเหตุผลนึงก็คือ แค่ลูกคนเดียว เรายังรู้สึกว่าเราเลี้ยงเค้าได้ไม่ดี เท่าที่อยากทำเลยค่ะ
ก็คิดเหมือนกันนะคะ ว่าโตขึ้นเค้าจะเหงาหรือเปล่า แต่อย่างเรามีพี่ชาย และน้องชายอย่างละคน แต่ก็ไม่สนิทกันอยู่ดีค่ะ อาจจะเป็นเพราะเค้าเป็นผู้ชาย เราคิดเองทำเองมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยปรึกษาพี่น้อง จนมีครอบครัวถึงจะเริ่มปรึกษาสามีค่ะ ก็เลยทำให้คิดว่า อยู่ที่เราวางพื้นฐานให้เค้าเป็นคนแบบไหน เข้มแข็งหรือไม่ค่ะ
ส่วนตัวคิดว่า ถ้าจะมีลูกสองคน อย่าให้ห่างกันมาก อย่างน้อยกิจกรรมในบ้านจะได้ทำด้วยกันได้ค่ะ เพราะมีผู้ปกครองของเพื่อนลูกที่รู้จักกัน เค้ามีลูกห่างกันหลายปี กลายเป็นว่า ทุกวันนี้ต้องแบ่งกันดูแลลูกค่ะ คุณแม่ต้องไปดูน้องชายซึ่งเล็กกว่า ส่วนลูกสาวคนโตต้องให้คุณพ่อดูแล
แต่คนเราต่างจิตต่างใจน่ะค่ะ คิดให้ดี แล้วเต็มที่กับสิ่งที่ตัดสินใจค่ะ![]()
เห็นด้วยกะสามีของคุณนะคะ เพราะมีคนเดียวบางทีเค้าก็ไม่มีเพื่อน และเราเองก็ไม่รู้จะอยู่กะเค้าไปนานแค่ไหน ถ้าเกิดอะไรขึ้นเค้าจะอยู่กะใคร...
ตอนแรกเราก็อยากมีหลายคนค่ะ แต่ตั้งแต่มีเจมี่เลยรู้เลยว่าการมีลูกนี่มันเหนื่อยจริงๆค่ะ แต่ก็เป็นเหนื่อยที่มีแต่ความสุขนะคะ ก็เลยว่าถ้าจะมีก็เอาแค่2คนพอแล้วค่ะ (ทั้งๆที่แต่ก่อนอยากมีตั้ง4คนแนะ 555555 ) พอตอนนี้เจมี่เค้าเริ่มพูดรู้เรื่อง...เราก็เลยว่าจะปล่อยให้มีอีกซักคนอ่ะค่ะ....
ยังไงก็อยากให้ลองคิดดูให้ดีก่อนนะคะ เพราะเราเป็นคนตั้งท้องถ้าเราเองไม่พร้อมจะมีเค้าตอนนี้จริงๆก็ลองคุยกะสามีไปก่อน เพราะถ้าเราปล่อยให้มีตามใจคนอื่นมันจะส่งผลให้เรากังวัลและคิดมากตอนท้องนะคะ เดี๋ยวคุณลูกในท้องจะแอบเครียดไปด้วยน่ะคะ...
เราเป็นหนึ่งคนที่อยากมีลูกมาก (ชอบมากเฉพาะเด็กผู้หญิง)
แต่เสียใจที่ยังไม่ทันมี ก็ หย่าร้างกับอดีตสามีไปแล้ว.....
ตอนเราแต่งงาน..คิดว่าถ้าจะมีลูก มีกี่คนก็ได้ถ้าเราและตัวเองสามารถ
เมื่อมีต้องเลี้ยงให้ดีที่สุด....ไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม...
ต้องรักลูกให้เท่ากัน....ทุกคน...(ถึงแม้ว่าคนแรกจะถูกรักมากที่สุด)...เพราะเป็นลูกเห่อ
มีแค่นี้ที่อยากจะบอก....จะมีหรือไม่อยู่ที่คุณทั้งสอง....
ขอให้โชคดีนะคะ.....และอย่าคิดมาก...เมื่อเขามาถือว่าเป็นบุญของเรา
มีลูกหนึ่ง หรือมากกว่านั้น พี่คิดว่าก็แล้วแต่สภาพ และความพร้อมของครอบครัวนั้น ๆ นะคะ ส่วนตัวพี่ คิดเสียใจมาถึงวันนี้ว่า ทำไมเรามีลูกน้อยจัง พี่มีลูกชายสองคน ตอนนั้นก็รับราชการกันทั้งคู่ เหตุผลที่มีน้อยก็ประมาณของคุณนีน่า 25 ปีผ่านไปก็เกิดอุบัติเหตุกับลูกชายคนเล็กทำให้เหลือลูกชายคนเดียว ดีที่ตอนนี้มีหลานชายสองคนมาชดเชยให้ก็ทำให้จิตใจดีขึ้น ตอนนี้ก็บอกลูกว่ามีหลานให้เยอะเลยนะ แม่จะเป็นพี่เลี้ยงให้เอง