Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 1 of 2 1 2 LastLast
Results 1 to 10 of 44

Thread: ขอคำปรึกษาเรื่องกู้เงินซื้อบ้านครับ

Hybrid View

  1. #1
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    581
    โทรไปที่แผนกสินเชื่อของแบ๊งค์ ขอติดต่อผู้จัดการ ที่ไม่ใช่เซลล์คนนั้น
    บอกว่าโทรมาตามรายละเอียดเรื่องการยื่นกู้ บอกเค้าว่าเป็นห่วงว่าได้หรือเปล่า
    เพราะปัจจุบันผ่อนอยู่สองหลัง...


    ทางแบ๊งค์น่าจะพิจารณาเองได้ค่ะว่าควรหรือไม่




    ขอบอกอีกที่ว่าเงินไม่เข้าใครออกใครนะคะ
    เป็นแฟนกันสุดท้ายโดนกันไปหกเจ็ดหลักแล้วค่ะ
    ส่วนตัวยังต้องผ่อนให้กับอดีตอยู่เลย ... ถือว่าทำให้เพื่อนน่ะ เฮ้อ

    ห้ามเลียนแบบนะคะ ไม่ดีมากๆ กลายเป็นว่า เงินส่วนนี้ซื้อเพื่อนไปเลย
    ได้แต่หวังว่า เค้าจะคืน จะได้ไม่รู้สึกแย่ต่อกัน
    ----:: Brief Olive / Vert Fonce ... i'm !oving u ::----

  2. #2
    TUBTIM is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    2
    ไปโพสท์ในพันธ์ทิพย์เลยค่ะ ถ้าแฟนอ่าน คคห.ที่เสนอเข้ามา อาจทำให้เค้ามองตัวเองออกว่าเรียกร้องมากเกินไปค่ะ

  3. #3
    Mukzilla's Avatar
    Mukzilla is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    153
    อ่านแล้วเห็นใจจขกท จังค่ะ คิดว่าควรจะหัดปฏิเสธบ้างน่ะค่ะ
    เพราะคุณก็กู้แทนมา 2 หลังแล้ว ถ้าจะเพิ่มอีกหลังนึงมันดูจะหนักเกินไป
    ลองหาทางคุยกับแฟนดูว่าให้ผ่อนหมดซักหลังนึงก่อนจะดีกว่ามั้ย
    หรือไม่ก็ลองให้กู้ร่วมดูค่ะ ติดภาระแค่ผ่อนรถไม่น่าจะกู้ไม่ผ่านค่ะ นอกจากจะติดบูโรเรื่องอื่น

    เอาใจช่วยนะคะ

  4. #4
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0

    Question

    ต้องขออภัยคุณ จขกท. อย่างมากค่ะ เภาอ่านไม่ละเอียดเอง -__-"
    ถ้าเราได้ ไปทุกอย่าง ดังใจคิด...
    ชั่วชีวิต จะเอาของ กองที่ไหน...
    ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร...
    เอาอะไร ชีวิตเรา เท่านั้นเอง...
    [SIGPIC][/SIGPIC]

  5. #5
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0
    Quote Originally Posted by PaoPraeWaa View Post
    ขอถามย้ำว่าแฟนไม่ใช่ภรรยาใช่ไหมคะ เพราะบางคนเรียกศรีภรรยาว่าแฟนเหมือนกัน
    คุณจขกท.และแฟนเค้า เป็นเพศชาย ทั้งคู่คะ

  6. #6
    Tanoy's Avatar
    Tanoy is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1
    ว่าจะอ่านอย่างเดียวนะนี่ ขออนุญาตแจมหน่อยแล้วกันนะคะ

    ปกติถ้าเราจะให้เพื่อนหรือแฟนยืมเงินนี่ ก็จะเตรียมใจว่าจะไม่ได้คืน เพราะฉะนั้นก็จะให้ยืมเท่าที่เราให้เค้าไปได้แล้วไม่เสียดาย ตั้ง credit limited ให้แต่ละคน ทีนี้ถ้าจะไม่ได้คืนก็ไม่เครียดมาก

    กรณีนี้ เราว่าคุณ จขกท ก็ยังไม่เสียอะไร มองว่ายังได้อยู่ เพราะเป็นคนกู้จริง แต่มีชื่อเป็นเจ้าของ คนผ่อนคือแฟน (เข้าใจถูกมั๊ยค่ะ) สมมติต่อไปแฟนส่งค่าผ่อนไม่ไหว แล้วคุณ จขกท ต้องผ่อนต่อจนหมด (ซึ่งก็น่าจะมีกำลังผ่อนอยู่) พอผ่อนจนหมด ก็เป็นสินทรัพย์ของคุณนั่นเอง แต่มีคนช่วยผ่อนระยะแรกให้ หรือถ้าแฟนผ่อนจนหมด คุณ จขกท ก็มีชื่อเป็นเจ้าของอยู่ดี จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้แฟน

    เรามองว่าคุณแฟนของ คุณ จขกท ก็ต้องรักและไว้ใจคุณมากเหมือนกัน คงไม่แพ้กันหรอกค่ะ เพียงแต่เค้าชอบเสี่ยง ชอบลงทุน

    เอาอย่างนี้ดีมั๊ยคะ ลองประเมินสถานะการเงินของตัวเองดู ว่าถ้าจะต้องกู้ซื้อบ้านอีกหลังนึง ซึ่งเป็นหลังที่สาม เกิดว่าแฟนไม่สามารถผ่อนต่อได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร คุณ จขกท สามารถผ่อนเองต่อไหวมั๊ย ถ้าไหวและรักเค้ามาก ก็กู้ ถ้าไม่ไหวแต่รักเค้ามาก ก็กู้ (เพราะถ้าไหวแต่ไม่รักเค้า ก็ไม่รู้จะกู้ไปทำไม) ^ ^ เพราะถึงยังไงคุณจขกท ก็สามารถขายทิ้งได้นี่ค่ะ สมมติซื้อมา สี่ล้าน ราคาตั้ง หกล้าน คุณแฟนผ่อนไปได้ประมาณนึง สมมติ ห้าแสน คุณจขกท ขายไป สามล้านห้า ก็น่าจะไม่ยาก

    ทั้งนี้ทั้งนั้น เรารู้รายละเอียดประมาณนึง ตามที่คุณ จขกท บอก ที่เหลือที่ไม่รู้ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ ยังไงก็ลองพิจารณาดู ถ้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ก็อย่าเอาไปคิดให้เปลืองสมองเลยค่ะ

    เอาเป็นว่า ขอเอาใจช่วยแล้วกันนะคะ เพราะคุณจขกท คงต้องมีภาระผูกพันกับคุณแฟนอีกนาน (เพราะผ่อนบ้านตั้งยี่สิบปี) แก่ไปด้วยกันเลยค่า ^ ^
    Love will keep me alive..

  7. #7
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0
    ที่คุณกล่าวมา แทบจะตรงกับความคิดของแฟนผมเลยครับ ว่างานนี้ไม่มีเสีย มีแต่จะได้ เพราะส่วนต่างที่ได้มาก็มาอยู่ อย่างน้อย 2 ล้าน ถ้าผ่อนไม่ไหว ขายไปก็ไม่เจ็บตัวมาก เพราะได้กำไรตั้งแต่ต้น

    ( เป็นเหตุผลที่แฟนผมยกมาอ้างบ่อยมากครับ )

    แต่ผมเองไม่ชอบการเสี่ยงแบบนี้ครับ ผมบอกเค้าไปแล้ว แต่อย่างที่เรียนให้ทราบว่า เค้าก็ยังยืนยันจะให้กู้อยู่ดี บอกให้ลองกู้ดูก่อน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

    แต่ผมว่า มันจะกู้ได้น่ะสิครับ จะทำยังไงให้กู้ไม่ผ่านได้บ้างนี่



    Quote Originally Posted by Tanoy View Post
    ว่

    กรณีนี้ เราว่าคุณ จขกท ก็ยังไม่เสียอะไร มองว่ายังได้อยู่ เพราะเป็นคนกู้จริง แต่มีชื่อเป็นเจ้าของ คนผ่อนคือแฟน (เข้าใจถูกมั๊ยค่ะ) สมมติต่อไปแฟนส่งค่าผ่อนไม่ไหว แล้วคุณ จขกท ต้องผ่อนต่อจนหมด (ซึ่งก็น่าจะมีกำลังผ่อนอยู่) พอผ่อนจนหมด ก็เป็นสินทรัพย์ของคุณนั่นเอง แต่มีคนช่วยผ่อนระยะแรกให้ หรือถ้าแฟนผ่อนจนหมด คุณ จขกท ก็มีชื่อเป็นเจ้าของอยู่ดี จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้แฟน

    เรามองว่าคุณแฟนของ คุณ จขกท ก็ต้องรักและไว้ใจคุณมากเหมือนกัน คงไม่แพ้กันหรอกค่ะ เพียงแต่เค้าชอบเสี่ยง ชอบลงทุน

    เอาอย่างนี้ดีมั๊ยคะ ลองประเมินสถานะการเงินของตัวเองดู ว่าถ้าจะต้องกู้ซื้อบ้านอีกหลังนึง ซึ่งเป็นหลังที่สาม เกิดว่าแฟนไม่สามารถผ่อนต่อได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร คุณ จขกท สามารถผ่อนเองต่อไหวมั๊ย ถ้าไหวและรักเค้ามาก ก็กู้ ถ้าไม่ไหวแต่รักเค้ามาก ก็กู้ (เพราะถ้าไหวแต่ไม่รักเค้า ก็ไม่รู้จะกู้ไปทำไม) ^ ^ เพราะถึงยังไงคุณจขกท ก็สามารถขายทิ้งได้นี่ค่ะ สมมติซื้อมา สี่ล้าน ราคาตั้ง หกล้าน คุณแฟนผ่อนไปได้ประมาณนึง สมมติ ห้าแสน คุณจขกท ขายไป สามล้านห้า ก็น่าจะไม่ยาก


  8. #8
    mol199's Avatar
    mol199 is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    744
    Quote Originally Posted by oatachi View Post
    ที่คุณกล่าวมา แทบจะตรงกับความคิดของแฟนผมเลยครับ ว่างานนี้ไม่มีเสีย มีแต่จะได้ เพราะส่วนต่างที่ได้มาก็มาอยู่ อย่างน้อย 2 ล้าน ถ้าผ่อนไม่ไหว ขายไปก็ไม่เจ็บตัวมาก เพราะได้กำไรตั้งแต่ต้น

    ( เป็นเหตุผลที่แฟนผมยกมาอ้างบ่อยมากครับ )
    ขอออกความเห็นในมุมอื่นนะคะ เพราะไม่มีความรู้เรื่องกระบวนการกู้เงิน

    คือ มลพยายามอ่านทบทวนหลายรอบแล้ว ในส่วนที่ทำตัวอักษรสีแดงไว้ คิดว่า แฟนของคุณ oatachi ต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆเลย ที่บอกว่า งานนี้ไม่มีเสีย มีแต่จะได้ เพราะส่วนต่างที่ได้มาก็มาอยู่ อย่างน้อย 2 ล้าน ถ้าผ่อนไม่ไหว ขายไปก็ไม่เจ็บตัวมาก เพราะได้กำไรตั้งแต่ต้น

    2 ล้านที่ได้มา จะเป็นกำไรได้ยังไง ในเมื่อวงเงิน 2 ล้านนี้มันคือ เงินที่เราได้มาจาก "การกู้" ไม่ใช่หรอคะ แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ ดอกเบี้ยก็คำนวนตามวงเงินที่ขอกู้ไป ถ้าขอ 4 ล้าน (เท่ากับราคาบ้าน) ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการผ่อนชำระต่อเดือน ก็ย่อมต้องน้อยกว่า ยอดเงินกู้ 6 ล้าน แล้วตรงไหนที่เรียกว่า กำไร คะ

    แต่ถ้าราคาบ้าน 4 ล้าน ซื้อมาแล้วสามารถขายต่อได้ 6 ล้าน แบบนี้สิ เรียกว่า ได้กำไร 2 ล้าน ลองอธิบายให้คุณแฟนเข้าใจ ในมุมนี้ ดีๆ อีกซักครั้ง ดีกว่ามั้ยคะ เพราะเงินที่เรากู้เกินมา นอกเหนือจากความจำเป็นที่เราต้องใช้ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ แต่ถ้าออกมาจากแบงค์เข้าบัญชีเราแล้ว ดอกเบี้ยก็เริ่มคำนวนตั้งแต่วันนั้นเลยนะคะ แล้วเราจะเพิ่มหนี้สินให้ตัวเองอีกทำไม สู้กู้เท่าที่จำเป็นต้องใช้ไม่ดีกว่าเหรอคะ ภาระการผ่อนชำระต่อเดือน ก็ต่างกันมาก ระหว่างวงเงินกู้ 4 ล้าน กะ 6 ล้านเนี่ย ลองให้เค้าคำนวนรายรับ-รายจ่ายของตัวเองให้ดีๆอีกซักครั้งดีกว่าค่ะ

    หรือจะบอกว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวก็ขาย >>>> อยากให้คิดเผื่อนิดนึง ว่าบ้านราคา 4 ล้าน อาจจะไม่ได้ขายได้ง่ายๆ เหมือนกับ ขายกระเป๋า หรือ ขายเสื้อผ้า เพราะถ้ามันดีจริงๆอย่างที่แฟนคุณว่า ป่านนี้คงมีนายหน้า หรือ คนอื่นมาซื้อตัดหน้าไปแล้วค่ะ

    ส่วนถ้าคิดว่าจะขาย ตอนจะขาย ก็ขึ้นอยู่กับว่าราคาประเมินของที่ดินในโซนนั้นๆ รวมถึงลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่มากะที่ดินนั้นอีก อยากให้คุณ oatachi คิดให้รอบคอบอีกครั้งนะคะ เพราะทุกอย่างมันเป็นชื่อของเรา อย่าบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย เค้า (แฟน, เซลล์, เจ้าของบ้าน) จัดการเองหมด ไม่ได้นะคะ คุณจำเป็นต้องรับรู้ทุกขั้นตอนค่ะ เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไร คนที่ต้องรับภาระ ไม่ว่าจะทางธุรกรรม หรือ นิติกรรม ก็คือ คุณ นะคะ ไม่ใช่พวกเค้า แล้วถึงตอนนั้นคุณจะมานั่งปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะทุกอย่างมันมีหลักฐาน ภายใต้ชื่อของคุณหมดเลย

    เอาใจช่วยนะคะ เข้าใจว่าคุณ oatachi คงเครียด และกลุ้มใจมาก ยังไงก็พยายามคิดไตร่ตรอง และพยายามยื้อเวลาในการยื่นเรื่องให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะได้ทำ เผื่อทางแฟนคุณจะยอมรับฟังเหตุผลบ้าง
    *¤°•°• --» (¯`v´¯) «-- •°•°¤*
    ท่องไว้ .... เก่าไม่ไป ใหม่ก็ต้องไม่มา ....

  9. #9
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0
    เข้าใจคะ ว่ารักเค้ามาก ยังไงให้รักตัวเองและครอบครัวให้มาก ๆ นะคะ เงินนะ ไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งไปค้ำประกันให้เนี้ย เสียว จิง ๆ คะ เป็นกำลังใจให้คะ ^ ^

  10. #10
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0
    ขอบคุณสำหรับทุกๆความเห็นและกำลังใจนะครับ

    ผมเองก็กังวลใจในเรื่องความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงินๆทองนี่ล่ะครับ อย่างที่ว่ากันว่าเงินทองไม่เข้าใครออกใคร

    ปัญหาเรื่องเงินๆทองๆของแฟนและครอบครัวแฟนผมมากมายและซับซ้อนมากๆครับ การกู้ร่วมคงไม่ได้ เพราะเห็นว่าตอนนี้แฟนผมเองก็ติดเรื่องเครดิตบูโรอยู่เช่นเดียวกัน ผมเลยต้องออกหน้ากู้ให้

    มันเป็นเหมือนตกกะไดพลอยโจนครับ เนื่องจากตัวผมเองรับทราบปัญหาทางการเงินของครอบครัวเค้ามาก และด้วยความที่รักแฟนและรักคนอื่นๆในครอบครัวเค้า เหมือนเป็นครอบครัวตัวเอง ( ผมขาดทั้งพ่อทั้งแม่ครับ พอมาครอบครัวแฟนดีกับผมมาก เลยรู้สึกผูกพันมาก )

    ในตอนแรก อะไรที่ผมตรองดูแล้วว่าไม่เสียหาย ไม่ลำบาก ผมก็ยอมทำให้ครับ เรื่องกู้บ้าน 2 หลังนั่นก็เหมือนกัน ผมตรองดูแล้วว่ามันจำเป็นกับพวกเขา

    แต่ไอ้หลังที่สามนี่สิครับ ผมกระอักกระอ่วนใจมากมาย จะไม่ช่วย ก็รู้สึกผิดอยู่ในใจยังไงไ่ม่ทราบ ไม่รู้จะอธิบายให้เพื่อนๆฟังยังไง เพราะไม่ใช่แต่แฟนที่ขอร้อง คุณแม่ของเขาก็มาขอร้องผม เหมือนผมเป็นหนทางเดียวแก่พวกเขา ผมไม่รู้จะปฎิเสธออกมาได้ยังไง ยอมรับว่าผมใจไม่แข็งพอจริงๆครับ

    ขอน้อมรับทุกคำแนะนำจากเพื่อนๆ ทุกสิ่งที่ทุกท่านแนะนำมา ผมจะนำมาคิดให้ถี่ถ้วนที่สุดครับ

    ตอนนี้มันตื้อๆมึนไปหมด จริงๆครับ







Page 1 of 2 1 2 LastLast

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •