Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 1 of 2 1 2 LastLast
Results 1 to 10 of 44

Thread: ขอคำปรึกษาเรื่องกู้เงินซื้อบ้านครับ

Hybrid View

  1. #1
    Meesook's Avatar
    Meesook is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    454
    เอ... แต่ทำไมแฟนคุณไม่ลองกู้เองด้วยล่ะค่ะ กู้ร่วมก็ได้นะคะ เงินเดือนแสนกว่าบาท ผ่อนรถอยู่ ก็น่าจะกู้ร่วมได้ค่ะ

    ลองเสนอให้แฟนคุณกู้ร่วมด้วยก็ดีนะคะ จะได้รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบร่วมกัน อะไรประมาณนั้น ให้เหตุผลกับแฟนคุณว่า เมื่อผ่อนหมด จะได้เป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน ไม่ต้องห่วงว่ากู้ร่วมแล้วจะไม่ผ่าน ถึงมีชื่อแฟนคุณกู้ร่วมกับชื่อคุณ ยังไงก็น่าจะผ่าน เพราะเค้าดูว่าถ้าคนใดคนหนึ่งโอเค เค้าก็อนุมัติค่ะ

    ลองดูนะคะ...
    .
    ...กรรมอยู่ที่เจตนา... ทำด้วยความตั้งใจดี แม้คิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่หวั่นไหว ไม่ต้องกลัวอะไร... ไม่ต้องดิ้นรนไปเรียกร้องอะไรด้วย...คนที่จิตใจพัฒนาแล้ว ย่อมแยกแยะได้ และในที่สุดคนพาลที่เจตนาไม่ดีก็ย่อมแพ้ภัยตัวเอง...

    วิธีตั้งกระทู้ตรวจสอบที่ได้ผล เพื่อคำตอบที่รวดเร็ว และมั่นใจ
    วิธีทำให้อ่านความเห็นได้เยอะๆ ต่อหนึ่งหน้า กระทู้นึงจะได้ไม่ต้องยาวเป็นยี่สิบหน้า อ่านได้ในกระทู้นี้ค่ะ http://siambrandname.com/forum/showthread.php?t=51805


  2. #2
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1
    ความโลภไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
    แนะนำให้บอกแฟนไปตรงๆเลยค่ะ ว่ากู้ให้ไป 2หลังแล้วนะ ภาระอยู่ที่คุณคนเดียวนะคะ ถ้ามีเรื่องขึ้นมานี่ประวัติคุณจะโดนขึ้น list เลยนะคะ ต่อไปนี้จะขอกู้อะไรเนี่ย จะยากสสสสสสสสสสส มากๆ
    ถ้ายังไม่แต่งงานนี่เสี่ยงมากๆอ่ะค่ะ ต้องเคลียร์ไปเลยว่าเราไม่เอาแล้ว ให้หมดซักหลังนึงไปก่อนก้อยังดี
    Lookin 4: Chanel
    Grand Shopping Tote in Light Beige/White
    Kelly (any color)
    10" Classic Flap (any color, except black)

  3. #3
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    35

    Talking

    ถ้าอธิบายเหตุผลอะไรก็ไม่ชนะเค้า งั้น แค่พูดว่า " ไม่ " ก็พอค่ะ อิอิอิ

    เราเคยช่วยเค้ามาตลอด ถ้าเพียงครั้งนี้เราปฏิเสธ เค้าก็ไม่น่าโกรธนะคะ เป็นกำลังใจค่ะ

  4. #4
    Join Date
    May 2010
    Posts
    6
    เออ...ใช่ ทำไมแฟนคุณเค้าไม่กู้ร่วมล่ะคะเพราะถ้าผ่อนหมดแล้วมันจะมีแต่ชื่อคุณเป็นเจ้าของบ้านนะคะ คุณบอกว่าเค้าจะเป็นคนส่งค่าบ้าน ถ้าถึงเวลานั้นเค้าอยากให้บ้านเป็นชื่อเค้ามันต้องเสียค่าโอนอีกต่างหากนะคะ ราคาบ้านค่อนข้างสูงค่าโอนแพงอยู่นะคะ

    ต้องให้เค้ากู้ร่วมด้วยน่ะค่ะ เวลาโอนจะมีชื่อคุณและเค้าเป็นเจ้าของร่วมกันหลังโฉนด ลองใช้เหตุผลนี้อ้างกับเค้าดูค่ะ

    ...เอ็นดูเขา เอ็นเราขาดน๊า...

  5. #5
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    4
    อ่านจขกท.แล้วอยาก ตีมือแรงๆ จริงๆ -*-

    เรื่องการ ไปให้คนอื่นใช้ชื่อ หรือ การไปค้ำประกันเนี้ยะ โดยใช้ชื่อเราเนี้ย ห้ามเด็ดขาด ถ้าไม่ได้ จดทะเบียน เป็นสามีภรรยากัน ถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมา ในภายหลัง การผ่อนบ้านไม่ใช่จะผ่อนกันแค่ ปีสองปีน๊า นี่เป็น 10ๆ ปี ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมา จขกท. จะไหวไหมเนี้ยะ ขนาด ญาติพี่น้อง เขายังไม่ให้ทำการค้ำกันแบบนี้เลย

    แล้วเศรษฐกิจแบบนี้ ไอ้ที่จะไปเร็วทีสุด ก็อสังหาริมทรัพทย์นี่แหล่ะ ฝรั่งเยอะซะที่ไหน เมืองไทยเด๋วนี้ ถ้ามันจะกำไรง่ายๆแบบนั้นจริงๆ นานหน้า ไม่ซื้อไปก่อนแล้วเหรอ หรือเกิดอีก 5 ปี 10 ปี บ้านมีปัญหา หรือ แยกกันเดิน แฟนโดนไล่ออกจากงานขึ้นมา อะไรแบบนี้ จะทำยังไง มีอะไรรับประกันได้บ้าง ว่าแฟนจะได้ ทำงานเงินเดือนเป็นแสนๆ แบบนี้ตลอดไปอะ

    เป็นแฟนกันเฉยๆ อย่าเลยนะ ทำแบบนี้อะ ถึงจะรักกันมากแค่ไหนก็ตาม เหมือนเรารักเขา เรายอมเสียเปรียบเขาหมด แต่ไม เขาไม่ยอมเรามั่งอ่ะ นี่จะเป็นข้อพิสูจน์เลยนะ ว่า เขารักเราจริงหรือเปล่า ทำไม ต้องให้เรามา ใช้ชื่อเราขอกู้ไรแบบนี้ ลองคิดดูนะ ถ้าเขามีพี่น้อง พี่น้องเขาจะยอมเป็นคนยื่นให้เขาแบบนี้ไหม เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวพันการกู้ยืมระยะยาว ให้ใกล้ตัวกันแค่ไหน แต่ไม่จดทะเบียน หรือ เป็นพ่อแม่ เราห้ามไปทำ แม้กะพี่น้อง ยังห้ามเลย มันอันตรายมั๊กๆ

    บอกไปเลยว่า แค่ 2 หลังจะแย่อยู่และ แล้ว ไปผ่อน หลังที่3 ไหนว่า ค่ารถ ก็เหนื่อยแล้วไง อย่าเลยย บอกถ้าจะทำ ก็ทำในชื่อแฟนไป อย่าเอาเราไปยุ่งเลย ถ้ารักกันจริงๆ ก็ต้องเข้าใจเราด้วย ไม่ใช่ให้เรารักอยู่ฝ่ายเดียว ยอมอยู่ฝ่ายเดียว เขาก็ต้องรักเรา ด้วยซิ

    ปล. 2 หลังแรก อยากให้ไปยุติการกู้ยืมจริงๆ ผับผ่าสิ กู้ให้คนอื่นมีที่ไหนเนี้ยะ -*- แม้แต่พี่น้อง ยังยากเลย ลองคุยกัน ถ้าเขา ไม่ยอม ทะเลาะกะเรา นี่เหมือนไม่รักกันจริงแล้วอ่ะ
    #####

    ตกหลุมรักน้องแนล ซะแล้ว

  6. #6
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    581
    โทรไปที่แผนกสินเชื่อของแบ๊งค์ ขอติดต่อผู้จัดการ ที่ไม่ใช่เซลล์คนนั้น
    บอกว่าโทรมาตามรายละเอียดเรื่องการยื่นกู้ บอกเค้าว่าเป็นห่วงว่าได้หรือเปล่า
    เพราะปัจจุบันผ่อนอยู่สองหลัง...


    ทางแบ๊งค์น่าจะพิจารณาเองได้ค่ะว่าควรหรือไม่




    ขอบอกอีกที่ว่าเงินไม่เข้าใครออกใครนะคะ
    เป็นแฟนกันสุดท้ายโดนกันไปหกเจ็ดหลักแล้วค่ะ
    ส่วนตัวยังต้องผ่อนให้กับอดีตอยู่เลย ... ถือว่าทำให้เพื่อนน่ะ เฮ้อ

    ห้ามเลียนแบบนะคะ ไม่ดีมากๆ กลายเป็นว่า เงินส่วนนี้ซื้อเพื่อนไปเลย
    ได้แต่หวังว่า เค้าจะคืน จะได้ไม่รู้สึกแย่ต่อกัน
    ----:: Brief Olive / Vert Fonce ... i'm !oving u ::----

  7. #7
    TUBTIM is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    2
    ไปโพสท์ในพันธ์ทิพย์เลยค่ะ ถ้าแฟนอ่าน คคห.ที่เสนอเข้ามา อาจทำให้เค้ามองตัวเองออกว่าเรียกร้องมากเกินไปค่ะ

  8. #8
    Mukzilla's Avatar
    Mukzilla is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    153
    อ่านแล้วเห็นใจจขกท จังค่ะ คิดว่าควรจะหัดปฏิเสธบ้างน่ะค่ะ
    เพราะคุณก็กู้แทนมา 2 หลังแล้ว ถ้าจะเพิ่มอีกหลังนึงมันดูจะหนักเกินไป
    ลองหาทางคุยกับแฟนดูว่าให้ผ่อนหมดซักหลังนึงก่อนจะดีกว่ามั้ย
    หรือไม่ก็ลองให้กู้ร่วมดูค่ะ ติดภาระแค่ผ่อนรถไม่น่าจะกู้ไม่ผ่านค่ะ นอกจากจะติดบูโรเรื่องอื่น

    เอาใจช่วยนะคะ

  9. #9
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0

    Question

    ต้องขออภัยคุณ จขกท. อย่างมากค่ะ เภาอ่านไม่ละเอียดเอง -__-"
    ถ้าเราได้ ไปทุกอย่าง ดังใจคิด...
    ชั่วชีวิต จะเอาของ กองที่ไหน...
    ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง ช่างปะไร...
    เอาอะไร ชีวิตเรา เท่านั้นเอง...
    [SIGPIC][/SIGPIC]

  10. #10
    Tanoy's Avatar
    Tanoy is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1
    ว่าจะอ่านอย่างเดียวนะนี่ ขออนุญาตแจมหน่อยแล้วกันนะคะ

    ปกติถ้าเราจะให้เพื่อนหรือแฟนยืมเงินนี่ ก็จะเตรียมใจว่าจะไม่ได้คืน เพราะฉะนั้นก็จะให้ยืมเท่าที่เราให้เค้าไปได้แล้วไม่เสียดาย ตั้ง credit limited ให้แต่ละคน ทีนี้ถ้าจะไม่ได้คืนก็ไม่เครียดมาก

    กรณีนี้ เราว่าคุณ จขกท ก็ยังไม่เสียอะไร มองว่ายังได้อยู่ เพราะเป็นคนกู้จริง แต่มีชื่อเป็นเจ้าของ คนผ่อนคือแฟน (เข้าใจถูกมั๊ยค่ะ) สมมติต่อไปแฟนส่งค่าผ่อนไม่ไหว แล้วคุณ จขกท ต้องผ่อนต่อจนหมด (ซึ่งก็น่าจะมีกำลังผ่อนอยู่) พอผ่อนจนหมด ก็เป็นสินทรัพย์ของคุณนั่นเอง แต่มีคนช่วยผ่อนระยะแรกให้ หรือถ้าแฟนผ่อนจนหมด คุณ จขกท ก็มีชื่อเป็นเจ้าของอยู่ดี จนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้แฟน

    เรามองว่าคุณแฟนของ คุณ จขกท ก็ต้องรักและไว้ใจคุณมากเหมือนกัน คงไม่แพ้กันหรอกค่ะ เพียงแต่เค้าชอบเสี่ยง ชอบลงทุน

    เอาอย่างนี้ดีมั๊ยคะ ลองประเมินสถานะการเงินของตัวเองดู ว่าถ้าจะต้องกู้ซื้อบ้านอีกหลังนึง ซึ่งเป็นหลังที่สาม เกิดว่าแฟนไม่สามารถผ่อนต่อได้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไร คุณ จขกท สามารถผ่อนเองต่อไหวมั๊ย ถ้าไหวและรักเค้ามาก ก็กู้ ถ้าไม่ไหวแต่รักเค้ามาก ก็กู้ (เพราะถ้าไหวแต่ไม่รักเค้า ก็ไม่รู้จะกู้ไปทำไม) ^ ^ เพราะถึงยังไงคุณจขกท ก็สามารถขายทิ้งได้นี่ค่ะ สมมติซื้อมา สี่ล้าน ราคาตั้ง หกล้าน คุณแฟนผ่อนไปได้ประมาณนึง สมมติ ห้าแสน คุณจขกท ขายไป สามล้านห้า ก็น่าจะไม่ยาก

    ทั้งนี้ทั้งนั้น เรารู้รายละเอียดประมาณนึง ตามที่คุณ จขกท บอก ที่เหลือที่ไม่รู้ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ ยังไงก็ลองพิจารณาดู ถ้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ก็อย่าเอาไปคิดให้เปลืองสมองเลยค่ะ

    เอาเป็นว่า ขอเอาใจช่วยแล้วกันนะคะ เพราะคุณจขกท คงต้องมีภาระผูกพันกับคุณแฟนอีกนาน (เพราะผ่อนบ้านตั้งยี่สิบปี) แก่ไปด้วยกันเลยค่า ^ ^
    Love will keep me alive..

Page 1 of 2 1 2 LastLast

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •