Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 4 of 5 FirstFirst ... 2 3 4 5 LastLast
Results 31 to 40 of 44

Thread: ขอคำปรึกษาเรื่องกู้เงินซื้อบ้านครับ

  1. #31
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    581
    Quote Originally Posted by oatachi View Post
    ขอบคุณมากครับคุณโกโก้ เป็นความคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ

    แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า ผมไม่ทราบเลย ว่าเค้ายื่นแบงค์ไหนไปแล้วบ้าง รู้แต่ว่า เตรียมยื่น 7 แบงค์

    ซึ่งทางแบงค์เวลาโทรเช็ค มันโอนสายไปหาแฟนผม ผมจะรู้อีกทีก็ตอนที่เจอกับแฟนหรือโทรคุยกัน

    ว่าแบงค์ไหนโทรมาแล้ว

    เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ผมควรจะโทรไปแผนกสินเชื่อ เพื่อขอติดต่อผู้จัดการของทั้ง 7 แบงค์ที่ยื่นไปเลยอย่างนั้นหรือไม่ครับ

    หรือรอก่อน ให้รู้แน่ว่าแบงค์ไหนติดต่อมาแล้ว ค่อยโทรไป อย่างไรดีครับ

    อีกอย่างหนึ่ง

    ถ้าหากว่าผมโทรเข้าไปที่บริษัทเครดิตบูโรเองเลย ทำทีว่าสงสัยว่าทำไม มีคนที่ยื่นกู้บ้าน 2 หลังในเวลาใกล้ๆกัน แล้วจะสามารถกู้ได้อีกหลัง แล้วบอกชื่อนามสกุลให้เค้าเช็คให้ อย่างนี้จะได้ไหมครับ

    แต่เท่าที่ผมทราบ หากทาง 2 แบงค์แรกที่กู้ผ่านไปแล้ว ยังไม่ส่ง record ของผมเข้าไปที่บริษัทเครดิตบูโ่ร มันก็จะยังไม่โชว์ ใช่ไหมครับ

    ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ


    ^
    ^
    ^
    แนะนำว่าให้โทรไป เครดิตบูโรนะคะ บอกว่าสงสัยและกังวลว่ายื่นกู้ผ่านไปแล้วสองหลัง ทำไมเครดิตไม่ขึ้น มีปัญหาอะไรหรือเปล่า และรบกวนให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วย update ข้อมูลด้วย


    ทำเป็นว่ากังวลว่าเรามีปัญหาอะไรไหมอ่ะค่ะ ที่ record ไม่ขึ้น เค้าน่าจะ update ให้ค่ะ

    และบอกเค้าว่าอาจจะมีการกู้เพิ่มขึ้น ซึ่งคุณในฐานะเป็นเจ้าของบัญชีมีความกังวลว่า ทางแบ๊งค์อาจจะพิจารณาอนุมัติได้ไม่ตรงตามความเป็นจริงค่ะ



    ลองดูนะคะ ยังงัยถ้าท่าทีดูไม่ดี เอกสารบางอย่างลองทำเป็นเซ็นต์ไม่ครบ หรือเขียนผิด อะไรแบบนี้ไปก่อนมั้ยคะ เตะถ่วงไปก่อน



    ปล. คนเราเลือกที่จะอยู่ร่วมกัน ต้องรู้จักแบ่งปันกัน ไม่ใช่เป็นภาระให้กันอ่ะค่ะ
    ----:: Brief Olive / Vert Fonce ... i'm !oving u ::----

  2. #32
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    193
    เข้าใจ จขกท ค่ะ แต่ยังไงรักเค้ามากก็ต้องรักตัวเองด้วยนะค่ะ เพราะภาระทั้งหมดถ้าเผื่อเกิดอะไรขึ้นมันจะตกมาอยู่ที่คุณคนเดียว เราเองปัจจุบันก็ใช้ชื่อผ่อนรถให้ที่บ้านแฟนอยู่ 2 คน แต่เวลาที่เค้าติดค้างชำระ ส่งล่าช้าเนี่ย เราจะโดนเต็ม ๆ ค่ะ เลยขอให้คิดให้ดีเครดิตขอเรา เราสร้างมา ก็ไม่อยากให้มันเสียไปง่าย ๆ หลัง ๆ ทางครอบครัวเค้าจะมาให้ทำให้กู้ไรเนี่ย จะทำไม่สนใจแล้ว เข็ด เสียจิตเวลาคนโทรมาทวงหนี้ที่ไม่ได้ก่อนะค่ะ


    สู้ ๆ ไม่ต้องเครียดนะ

  3. #33
    mol199's Avatar
    mol199 is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    744
    Quote Originally Posted by oatachi View Post
    ที่คุณกล่าวมา แทบจะตรงกับความคิดของแฟนผมเลยครับ ว่างานนี้ไม่มีเสีย มีแต่จะได้ เพราะส่วนต่างที่ได้มาก็มาอยู่ อย่างน้อย 2 ล้าน ถ้าผ่อนไม่ไหว ขายไปก็ไม่เจ็บตัวมาก เพราะได้กำไรตั้งแต่ต้น

    ( เป็นเหตุผลที่แฟนผมยกมาอ้างบ่อยมากครับ )
    ขอออกความเห็นในมุมอื่นนะคะ เพราะไม่มีความรู้เรื่องกระบวนการกู้เงิน

    คือ มลพยายามอ่านทบทวนหลายรอบแล้ว ในส่วนที่ทำตัวอักษรสีแดงไว้ คิดว่า แฟนของคุณ oatachi ต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆเลย ที่บอกว่า งานนี้ไม่มีเสีย มีแต่จะได้ เพราะส่วนต่างที่ได้มาก็มาอยู่ อย่างน้อย 2 ล้าน ถ้าผ่อนไม่ไหว ขายไปก็ไม่เจ็บตัวมาก เพราะได้กำไรตั้งแต่ต้น

    2 ล้านที่ได้มา จะเป็นกำไรได้ยังไง ในเมื่อวงเงิน 2 ล้านนี้มันคือ เงินที่เราได้มาจาก "การกู้" ไม่ใช่หรอคะ แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ ดอกเบี้ยก็คำนวนตามวงเงินที่ขอกู้ไป ถ้าขอ 4 ล้าน (เท่ากับราคาบ้าน) ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการผ่อนชำระต่อเดือน ก็ย่อมต้องน้อยกว่า ยอดเงินกู้ 6 ล้าน แล้วตรงไหนที่เรียกว่า กำไร คะ

    แต่ถ้าราคาบ้าน 4 ล้าน ซื้อมาแล้วสามารถขายต่อได้ 6 ล้าน แบบนี้สิ เรียกว่า ได้กำไร 2 ล้าน ลองอธิบายให้คุณแฟนเข้าใจ ในมุมนี้ ดีๆ อีกซักครั้ง ดีกว่ามั้ยคะ เพราะเงินที่เรากู้เกินมา นอกเหนือจากความจำเป็นที่เราต้องใช้ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ แต่ถ้าออกมาจากแบงค์เข้าบัญชีเราแล้ว ดอกเบี้ยก็เริ่มคำนวนตั้งแต่วันนั้นเลยนะคะ แล้วเราจะเพิ่มหนี้สินให้ตัวเองอีกทำไม สู้กู้เท่าที่จำเป็นต้องใช้ไม่ดีกว่าเหรอคะ ภาระการผ่อนชำระต่อเดือน ก็ต่างกันมาก ระหว่างวงเงินกู้ 4 ล้าน กะ 6 ล้านเนี่ย ลองให้เค้าคำนวนรายรับ-รายจ่ายของตัวเองให้ดีๆอีกซักครั้งดีกว่าค่ะ

    หรือจะบอกว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวก็ขาย >>>> อยากให้คิดเผื่อนิดนึง ว่าบ้านราคา 4 ล้าน อาจจะไม่ได้ขายได้ง่ายๆ เหมือนกับ ขายกระเป๋า หรือ ขายเสื้อผ้า เพราะถ้ามันดีจริงๆอย่างที่แฟนคุณว่า ป่านนี้คงมีนายหน้า หรือ คนอื่นมาซื้อตัดหน้าไปแล้วค่ะ

    ส่วนถ้าคิดว่าจะขาย ตอนจะขาย ก็ขึ้นอยู่กับว่าราคาประเมินของที่ดินในโซนนั้นๆ รวมถึงลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่มากะที่ดินนั้นอีก อยากให้คุณ oatachi คิดให้รอบคอบอีกครั้งนะคะ เพราะทุกอย่างมันเป็นชื่อของเรา อย่าบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย เค้า (แฟน, เซลล์, เจ้าของบ้าน) จัดการเองหมด ไม่ได้นะคะ คุณจำเป็นต้องรับรู้ทุกขั้นตอนค่ะ เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไร คนที่ต้องรับภาระ ไม่ว่าจะทางธุรกรรม หรือ นิติกรรม ก็คือ คุณ นะคะ ไม่ใช่พวกเค้า แล้วถึงตอนนั้นคุณจะมานั่งปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้แล้วค่ะ เพราะทุกอย่างมันมีหลักฐาน ภายใต้ชื่อของคุณหมดเลย

    เอาใจช่วยนะคะ เข้าใจว่าคุณ oatachi คงเครียด และกลุ้มใจมาก ยังไงก็พยายามคิดไตร่ตรอง และพยายามยื้อเวลาในการยื่นเรื่องให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะได้ทำ เผื่อทางแฟนคุณจะยอมรับฟังเหตุผลบ้าง
    *¤°•°• --» (¯`v´¯) «-- •°•°¤*
    ท่องไว้ .... เก่าไม่ไป ใหม่ก็ต้องไม่มา ....

  4. #34
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0
    เข้าใจคะ ว่ารักเค้ามาก ยังไงให้รักตัวเองและครอบครัวให้มาก ๆ นะคะ เงินนะ ไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งไปค้ำประกันให้เนี้ย เสียว จิง ๆ คะ เป็นกำลังใจให้คะ ^ ^

  5. #35
    Meesook's Avatar
    Meesook is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    454
    เซ็นเอกสารไม่ครบ หรือเซ็นไม่เหมือน ก็ช่วยถ่วงเวลาได้ค่ะ แม่เราเคยทำ เคยเซ็นเชคให้ไม่เหมือน จงใจให้ทางธนาคารโทรมาตรวจสอบ แล้วก้บอกให้อายัดเชคไว้ก่อน เพราะสงสัยพฤติกรรมแม่ค้าขายเพชร ถ่วงเวลาไว้ก่อน (ก็ปรากฏว่าแม่ค้าเพชรคนนั้นหายหัวไปเลยจริงๆ)
    .
    ...กรรมอยู่ที่เจตนา... ทำด้วยความตั้งใจดี แม้คิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่หวั่นไหว ไม่ต้องกลัวอะไร... ไม่ต้องดิ้นรนไปเรียกร้องอะไรด้วย...คนที่จิตใจพัฒนาแล้ว ย่อมแยกแยะได้ และในที่สุดคนพาลที่เจตนาไม่ดีก็ย่อมแพ้ภัยตัวเอง...

    วิธีตั้งกระทู้ตรวจสอบที่ได้ผล เพื่อคำตอบที่รวดเร็ว และมั่นใจ
    วิธีทำให้อ่านความเห็นได้เยอะๆ ต่อหนึ่งหน้า กระทู้นึงจะได้ไม่ต้องยาวเป็นยี่สิบหน้า อ่านได้ในกระทู้นี้ค่ะ http://siambrandname.com/forum/showthread.php?t=51805


  6. #36
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    44

    Smile ^^

    อยากให้คิดดีๆนะคะ
    ทั้งผลดี ผลเสีย
    หากทีหลังมีอะไรเกิดขึ้นมาในภายภาคหน้าคนที่จะต้องรับผิดชอบทั้งหมดคือคนกู้นะคะ หนี้ไม่ใช่น้อยๆ
    รักแฟน แต่ต้องรักตัวเองด้วยน้า
    พยายามคุยกะแฟนด้วยเหตุผลนะคะ
    คิดก่อนทำมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  7. #37
    noo_pizza's Avatar
    noo_pizza is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1,683
    โหยยยย เรืองใหญ่ไม่ใช่น้อย...
    จริง ๆ ก็น่าจะหันหน้าคุยกัน แต่ก็เข้าใจคุณค่ะ พูดไม่ออก


    เอาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ก็ทำให้กู้ไม่ผ่านอย่างที่คุณอยากได้
    แต่แหม ต้องภายในสิ้นเดือนนี้อาจจะลำบาก

    วิธีง่ายแสนง่าย ใช้บัตรเครดิตค่ะ สักก้อนหนึ่ง
    แล้วก็ไม่จ่าย แค่นี้ก็ถูกสงสัยแระ ธ.ก็จะตีเรื่องกลับ
    หรือเรียกคุย เพราะบางทีถ้าประวัติเดิมเคยชำระดีมากมาก แล้วมีค้างงวดเดียวเนี่ย
    เค้าอาจจะเรียกคุยเพิ่ม แต่บาง bank ก็ไม่สน
    ถือว่า black list เลยก็ต้องรอล้างเครดิต 6 เดือนเลย

    อีกอย่าง ตอนนี้คุณมีชื่ยื่นกู้สองหลัง ราคาก็โขอยู่
    ถ้า update ข้อมูลได้ ถึงแม้คุณไม่ได้ผ่อนเอง
    แบงค์ไม่สนค่ะ ดูแค่ว่า ยอดผ่อนชำระ
    เกินรายได้ครึ่งหนึ่งของคุณหรือไม่
    เค้าดูยอดผ่อนทุกอย่างนะคะ ทั้งรถ บ้าน

    และแบงค์ก็ไม่สนว่าคุณจะกู้กี่หลังกี่อย่าง
    เค้าดูยอดเงินงวดที่ต้องผ่อนทั้งหมด ไม่เกิน 50%(บางแบงค์อาจจะ 40%)

    ลองดูอ่ะ ไม่รู้ช่วยไรได้บ้างไหม


    __________________________

    "ทำเสียงอย่างนี้ ซื้อมาอีกใบแล้วสิ"

    #### รู้ทันอีกแล้ว เซ็ง ####

  8. #38
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    9
    My salary is also around 100,000 THB (2500 Euros)

    Is it enough for 2 houses and 1 car? If yes, it's JUST enough.

    U will never know may be in the future u may really need money for something else.

    Can u say to him that it's too risky and the only concern is about him. It may be too much for him.

    Or jus try to delay the process ka.

    If u love him, pls try ur best to keep him away from this.

    First it's illegal. Second, U never knows and u cannot just trust the money from the future.

    TODAY he may not realize, one day he will ka.
    hunting for YSL downtown black patent !!!

  9. #39
    ting_ja's Avatar
    ting_ja is offline Senior Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1,347
    เพื่อนเราก็เป็นคล้ายๆ แบบคุณค่ะ

    เค้ายอมทุกอย่าง จนไม่มีจะให้แล้ว ต้องยืมเงินเราใช้ บางทีการที่เรา

    นึกถึงตัวเองก็ไม่ได้ หมายความว่าเราเห็นแก่ตัวน่ะ

    ยังไง เอาใจช่วยน่ะค่ะ

  10. #40
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    406
    อ่านแล้วเครียดแทนเลยค่ะ เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆอย่างที่คห.บนๆบอก
    ครั้งนี้พยายามอย่าไปกู้ให้เค้าอีกเลยนะคะ เอาใจช่วยค่ะ มีอะไรคืบหน้ามาเล่าให้ฟังนะคะ
    เราทำถูกกิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราดี
    เราไม่ทำถูกกิเลสเขา...เขาก็ว่า...เราไม่ดี

Page 4 of 5 FirstFirst ... 2 3 4 5 LastLast

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •