Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Results 1 to 10 of 29

Thread: ไม่อยากเป็นคนขี้หึง แก้ปัญหายังไงดีคะ

Hybrid View

  1. #1
    preeyanan's Avatar
    preeyanan is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    7

    Red face

    ผู้ชายยอมมีเมียน้อย แต่ไม่ยอมทิ้งเมียหลวง กับลูกง่าย ๆ , จริง ๆ แล้วผู้ชายรักครอบครัวมากไม่แพ้ผู้หญิง แต่บางคนแสดงออกไม่เก่ง ถ้าให้เค้าเลือก เค้าก็ต้องเลือกครอบครัวไว้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกมีเล็กมีน้อยหรอกค่ะ ---> ประสบการณ์ส่วนตัว เท่าที่เห็นมานะ

    เข้มแข็งไว้นะคะ เชื่อว่าความดีชนะทุกสิ่งค่ะ
    .
    "ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ . สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว"

  2. #2
    hut2211's Avatar
    hut2211 is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    1,986

    Talking อีกหนึ่งความเห็น จากเวป รักษาธรรมะ ครับ

    คำถาม


    ดิฉันมีเรื่องกลุ่มใจมากๆๆๆค่ะคือว่าพ่อของดิฉันเป็นคนที่ขี้หึงมากๆๆ
    แม่ไปไหนไปได้เลยกับลูกเขยพ่อก็หึงดิฉันไม่รู้จะแก่ปัญหาอย่างไรดี
    ไม่ทราบว่าแม่ทำกรรมกับพ่อไว้อย่างไรทั้งที่พ่อก็เคยบวชเรียนมาก่อน
    อยากทราบวิธีแก้ไข


    และอีกเรื่องดิฉันโดยแดดแล้วที่แขนของดิฉันเป็นดวงสีขาวหาหมอแล้วก็ไม่หายอยากทราบว่าจะแก่กรรมอยากไร
    คำตอบ


    คนที่ขี้หึงมากๆ ก็เพราะรักมาก ในอดีตก็คงเคยปรารถนาให้มีคนมารักมากๆไว้ก็เป็นได้

    เพราะไม่รู้ว่ารักมากก็ทุกข์มาก ทุกข์ทั้งคนที่รัก และคนถูกรักเลยจริงๆ อย่างกรณีที่คุณพ่อของท่านผู้ถามประสบไว้เป็นต้น

    ธรรมชาติใจคนเรามักพอใจที่มีคนมารัก อยากได้ความรักมากจากคนอื่น
    โดยก็ไม่รู้ว่า จะต้องเป็นทุกข์ เสมือนเหรียญสองด้านเสมอ
    คนที่เป็นทุกข์ที่สุดในกรณีนี้ หาใช่คนอื่นไม่ คือตัวคุณพ่อของท่านผู้ถามนั่นแหละ
    เพราะใจนั้นคอยแต่จะระแวดระวัง หวงแหน บางทีถึงขั้นระแวง อย่างนี้ใจเป็นไปกับโทสะหมด
    คนที่ทุกข์ตามมาอันดับสองได้แก่คุณแม่ ที่ดูเหมือนจะหมดความเป็นตัวของตัวเอง หมดอิสระภาพ
    นี้ก็เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง
    ต้องค่อยๆคุยให้เหตุผลกันไปเรื่อยๆ
    หาอุบายเล่าเรื่องราวสมมุติให้พ่อฟังว่า คนที่ขี้หึงมากๆนั้น
    คนเป็นภรรยาทุกข์มากที่สุด จริงๆแล้วก็เพราะรักนั่นแหละแต่ขาด
    เหตุผล ขาดปัญญา ดังนั้น กลายเป็นว่าไปทำร้ายจิตใจของคนที่เป็นคู่ไปเสียได้
    อย่างนี้ เรียกว่า รักไม่เป็น เพราะทำให้เกิดทุกข์มากมายทั้งตัวเอง และคนที่ตนรักนั่นแหละ
    ดังนั้น คุณพ่ออาจจะค่อยๆเห็นเหรียญอีกด้านหนึ่งซึ่งตัวท่านเองไม่เคยมองเห็นเลย ใจคุณพ่ออาจจะเกิดเมตตาขึ้นมาและใคร่จะทำให้คุณแม่มีความสุขอย่างถูกต้อง เรื่องนี้ บอกกล่าวตรงๆไม่ได้ เพราะกำลังขาดเหตุผล และท่านผู้ถามเองก็เป็นลูก อาจจะหาโอกาสเล่าเหมือนเล่าเรื่องคนอื่นให้ท่านฟัง ยกตัวอย่างว่า มีคนถามในเว็บไซต์นี่แหละ อ่านแล้วชอบจังเพราะเห็นว่า ความรักนั้นแม้รักอยู่นั่นแหละ หากขาดเหตุผลเสียแล้ว ตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นย่อมเป็นทุกข์มากๆเลย เล่าโน่นเล่านี่ไปเรื่อยๆ ท่านฟังท่านอาจจะแอบไปพิจารณาของท่านได้
    ในอดีต คุณพ่ออาจจะเคยถูกพรากของรักของหวงและยังจำติดตาติดใจ ดังนั้นจึงไม่อยากเจออย่างนั้นอีกก็ได้
    แต่คนที่มีเยื่อใยเหนียวแน่นอย่างนี้ อารมณ์ที่เป็นอาจิณกรรมมักไม่พ้นจากเรื่องความผูกพันอย่างนี้ เป็นไปกับความหวงแหนมากๆ หากตายไป กรรมอย่างนี้ส่งผล ก็อาจจะได้กำเนิดเป็นสุนัขเฝ้าบ้านเพราะเหตุแห่งความหวงแหน เป็นงูเฝ้าถ้ำอะไรทำนองนี้ หรือไปเกิดเป็นเปรต เพราะใจนั้นไม่ใคร่เกิดกุศล มีแต่เสน่หาถ่ายเดียว ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะคะ
    ถ่ายสำเนาคำถามคำตอบหลายๆเรื่องจากเว็บนี้ ที่เห็นว่าคุณพ่อน่าจะสนใจลองให้ท่านอ่านดู หากท่านเกิดชอบใจเพราะมีอดีตกุศลมา ไม่นานท่านก็จะเปลี่ยน เพราะปัญญาเกิดแก่ท่านมากขึ้นแล้ว ท่านก็จะเข้าใจเรื่องวิบาก เรื่องการสร้างทุกข์ให้ตนเองและผู้อื่นอันเป็นกรรมที่พึงเลี่ยง ละเว้นเสีย หนักๆเข้าท่านก็อาจจะค่อยผ่อนคลายจิตใจของตัวเองได้บ้าง ลองดูก็ไม่เสียหายนะคะ
    หากท่านไม่รับ ก็ถือว่าเป็นกรรมของท่าน และเป็นวิบากของคุณแม่ท่านนั่นแหละ ยอมรับเอาเถิดว่าท่านเป็นของท่านอย่างนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ ก็พยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้ใจท่านยึดมากขึ้น อันนี้เป็นโทษแก่คุณพ่อท่านโดยตรง น่าสงสารนะคะ
    ส่วนรอยขาวที่แขนนั้น หากไม่หายแล้ว เพราะหมออาจจะไม่ทราบว่าเกิดจากปัจจัยอะไร ก็รักษาไม่ได้
    โรคบางอย่างเกิดแต่กรรม แก้ไม่ได้ค่ะ
    โรคบางอย่างเกิดจากจิต อันนี้แก้ได้ค่ะ
    โรคบางอย่างเกิดจากอุตุ ความร้อนความเย็น อันนี้แก้ยาก เพราะเรากำหนดเอาเองไม่ได้ค่ะ
    โรคบางอย่างเกิดจากอาหาร อันนี้ เราดูแลให้ดี ก็แก้ได้ค่ะ
    รอยอย่างนี้ น่าจะเกิดจากอุตุนะคะ เพราะอาจจะแพ้แดด แล้วทำให้เม็ดสีผิวนั้นเปลี่ยนแปลงไป
    และอาจจะเกิดจากกรรมที่ส่งผลระหว่างกาลที่มีชีวิตอยู่ อาจจะเกี่ยวกับว่า เคยไปทำร่องรอยที่ไม่สวยงามให้แก่ใคร หรือสถานที่ใดไว้ก็ย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่จะให้เจาะจงลงไปชัดเจนนั้นย่อมไม่ใช่วิสัยค่ะ ไม่สามารถทำได้
    ให้ยอมรับและอย่ากระทำความหงุดหงิด หรืออยากให้รอยหายไป บางทีก็ทำไม่ได้แก้ไม่ได้เสียแล้ว
    หากบุญดี และอยู่ในวิสัยที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ท่านก็จะพบสาเหตุ พบปัจจัยแห่งโรคได้ในโอกาสต่อไป เรื่องอย่างนี้ก็อาจจะเกิดได้
    อยากผิวงามก็อย่าเป็นคนช่างหงุดหงิด ต้องเป็นคนใจเย็นมีเมตตา ไม่เจ้าโทสะ โทสะทำให้ผิวในปัจจุบันเสีย และหากส่งผลในชาติต่อไป ก็ยังเบียดเบียนให้ได้รูปทรามปิวทรามมาครอบครองเสียอีก เกิดมาเป็นคนผิวหยาบ ผิวทราม เพราะใจนั้นเป็นโทสะมากค่ะ
    พึงทำเหตุใหม่ให้ดีๆก็แล้วกัน หากแก้ได้ก็ดีไป หากแก้ไม่ได้ก็ยอมรับเถอะค่ะ ดีกว่าเสียแขนเสียขาอย่างคนอื่นเขา ใช่ไหมคะ?
    บุคคลผู้มีศีลเป็นพื้น ใจย่อมอยู่สบาย......
    อย่าเรียกร้องในสิ่งที่ไม่มี แต่จงภูมิใจในสิ่งที่มีอยู่...
    โกงเค้าชาตินี้ 1 ต้องใช้เค้าชาติหน้าเป็น พัน ทำทำไม?
    ศาสนาไม่ได้เสื่อม แต่คนเสื่อมจากศาสนา

    ธรรมนิยายธรรมะผู้สละโลก
    http://groups.google.com/group/DhammaSawasdee/web/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81


  3. #3
    Join Date
    May 2010
    Posts
    0
    เผอิญเป็นคนที่ขี้หึงแต่ไม่ขี้วีนจนสามีเกรงใจค่ะ ลองเอาวิธีนิ่งสงบทุกอย่างไปใช้ก็ได้นะคะ ทำตัวให้เค้าเกรงใจเราได้ผลดีกว่าทำให้เค้าเกรงกลัวค่ะ

  4. #4
    ninanina_neena's Avatar
    ninanina_neena is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    13
    กระทู้นี้โดนด้วยเลยค่ะ สำหรับเรานะคะ คุยกับเค้าตรงๆ มาตลอด จับได้ตลอด ร้องไห้ตลอด 6 ปี
    แล้วทุกครั้งเราจะบอกเค้าว่า เราจะทน ทนให้ถึงที่สุด ถ้าวันไหนเราไม่พุดแล้วคือวันนั้นมันไม่ไหวแล้วจริงๆ
    เค้าเลยบอกเราว่า เพราะเเบบนี้แหละทำให้เค้ารักเรา ไม่มีทางทิ้งเรา แต่เค้าจะพยายามทิ้งนิสัยไม่ดีนี้ให้ได้
    เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้ และผู้หญิงที่เผชิญชีวิตคล้ายๆ กัน ค่ะ

  5. #5
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    0

    Smile

    ขอบคุณ ทุกความคิดเห็นเลยค่ะ บางข้อความอ่านแล้วน้ำตาซึม...

    ที่คุณมีสุขพูดไว้ว่า

    "อ่านดูแล้ว ก็คิดว่าเจ้าของกระทู้ไม่ได้เป็นคนขี้หึงนะคะ แต่อาจจะกำลังหาทางไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน"

    ใช่เลยค่ะ ตราบใดที่ชีวิตเค้า ยังคงมีผู้หญิง ทยอยกันเข้ามาเกี่ยวพัน เราเอง
    ก็หวังไว้ ว่า ไม่อยากให้ตัวเองฟุ้งซ่าน (เค้าอาจแค่ ปลื้มกัน เฉย ๆ)

    มุมมองของสามี ที่เค้ามองเรา เค้ามองว่า เราคิดมาก ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจเค้า ใจแคบ ค่ะ แล้วในที่สุดบ้านก็ร้อนเพราะเรา

    เราเคยใช้ทั้งวิธีนิ่ง วีน ยังไงผลที่ได้รับก็ไม่ต่างกันค่ะ เพราะประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ เราหึง...เราถึงอยากปรับที่ตัวเองค่ะ

    ด้วยหลายวิธีการ ที่กำลังเริ่ม เพราะเพื่อน ๆ ใน sbn นี่แหละ วันนี้เราเลยได้
    หลายไอเดียค่ะ จะพยายามเปลี่ยนมุมมอง ปรับตัวปรับใจแบบที่เพื่อน ๆแนะนำค่ะ ถ้าใครมีไอเดีย แนะนำกันบ้างนะคะ

    ผงเข้าตาตัวเอง แกะไม่ออกค่ะ

  6. #6
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    73
    แม่เคยสอนว่า ผู้ชายต่อให้เราคิดว่า ดียังไงก็ต้องระวังเรื่องนี้ไว้ให้ดี ในช่วงชีวิตการแต่งงาน
    เคยเจอมาครั้งนึง แต่เรามีวิธีการส่วนตัวเคลียปัญหากันจบไปแล้ว
    จับได้ยังไม่คาหนังคาเขาทำเฉยไว้ก่อน
    แน่ใจเมื่อไหร่ตายกันไปเลยข้างนึง เอาให้จบแบบไม่กล้าอีกเลย ประมาณว่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สุดๆ ที่ใครๆต้องรู้
    คุยกันวันละนิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบเป็นเหตุเป็นผล เหมือนสอนเค้าว่าทำแบบนี้มันมีผลตามมายังไง
    พร้อมกับดูไปด้วยว่าดีขึ้นไหม แบบเงียบๆ และลืมเรื่องที่ผ่านมาดีกว่าค่ะ
    จากวันนั้นถึงวันนี้เราก็ยังรักกันดี ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ
    ****************************

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •