ยังไม่มีลูกนะคะ มีแต่หลาน
พี่ชายเก็บให้หลานชายคนเล็กคะ ตอนหลานคลอด อ้อยืนรอหน้าห้องคลอดด้วย
ได้มีโอกาสเห็นเจ้า stem cell ที่ว่า เพราะเจ้าหน้าที่ขอบริษัทที่เก็บเข้าถือออกมา เราก็เลยได้เห็น
เท่าที่ทราบ พี่ชายติดต่อหมอตั้งแต่พี่สะใภ้ท้อง ค่าใช้จ่ายสำหรับการเก็บสูงพอสมควร แต่พี่ชายเขาเก็บให้ลูกเพื่อความสบายใจคะ
ยังรู้เสียดายไม่ได้ทำให้หลานคนโต (อายุหลานสองคนต่างกัน 7 ปีคะ) ตอนคนโตยังไม่ทราบเรื่องนี้
ขอให้รวย ขอให้รวย
อะไรไม่ดี ก้อให้มันผ่านพ้นไปให้หมดนะ ปีใหม่ขอให้เจอแต่เรื่องดีๆ สาธุ สาธุ
หลานที่บ้านก็เก็บ stem cell เหมื่อนกันครับ
พี่สาวบอกว่า มันจะมีเก็บระยะยาวคือตลอดชีวิตเด็กรู้สึกจะราคาราวๆ 3 แสน
กับเก็บจนถึงเ้ด็กอายุ 7 หรือ 15 ปี อันนี้ไม่แน่ใจ ราคาราวๆ 1 แสนครับ
เท่าที่จำได้ หมอบอกว่าในอนาคต Stem cell จะเป็นอะไรที่จำเป็นมากใช้รักษาโรคได้มากมาย
ถ้าไม่เดือดร้อนเก็บๆไว้ก็ดีนะครับ เราไม่รู้ในอนาคตว่า Stem cell มันจะจำเป็นแค่ไหน
กระเป๋าใบละเ็ป็นแสน เราซื้อกันได้
แต่ชีวิตลูกแลกกับเงิน แสนนี่ยังไงก็คุ้มครับ
ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน
ขอให้มีความทรงจำที่ดี ... ก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง
และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
อยากให้คืนที่โหดร้ายนี้ ผ่านไปเร็วๆ
ลูกเราก็เก็บอะ ของ Thai Stem Life แต่เราเลือกแบบต่ออายุปีต่อปี เพราะกล้วมีปัญหาในระยะยาวเหมือน
แต่ก็เก็บๆไว้ก่อนมันก็ไม่เสียหายอะไร เพื่อถึงคราวจำเป็นจะต้องใช้
ไม่เก็บค่ะ คุณสามีไม่แนะนำให้เก็บค่ะ
เพราะตอนนี้ยังอยู่ในขั้นวิจัย....ซึ่งเก็บมาไว้ก็ไม่รู้จะมีประโยชน์ในอนาคตหรือเปล่า
อีกอย่าหนึ่งราคาแพงมากค่ะ ดังนั้นเลยนำเงินไปทำประกันชีวิตให้ลูกดีกว่าค่ะ ถือว่าเป็นการลงทุนที่น่าคุ้มค่ากว่าค่ะ
ปล.แต่ถ้าเราไม่เดือดร้อนเรื่องใช้จ่าย ถ้าจะเก็บไว้เพื่อความสบายใจก็โอเคนะค่ะ แต่ถ้าครอบครัวไม่มีประวัติโรคทางพันธุกรรม คิดว่าไม่จำเป็นต้องเก็บนะค่ะ ^___^
Love is life.
And if you miss love,
you miss life.
ความรักคือชีวิต
ถ้าคุณพลาดโอกาสที่จะรัก ก็เท่ากับ
คุณพลาดโอกาสที่จะใช้ชีวิต
Leo Buscaglia
Stem Cell ที่ทุกวันนี้เป็นมาตรฐานในการรักษาโรคเลือด และ ไขกระดูก ไม่ว่าจะในเด็กหรือผู้ใหญ่ คือ Stem Cell จากรกและสายสะดือ/จากไขกระดูก/จากกระแสโลหิต เท่านั้น Stem Cell ชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจากไขมันหรือฟันน้ำนมก็ตาม จะได้ในปริมาณที่น้อยมาก และจำเป็นต้องเพาะเพื่อที่จะขยายจำนวน ในกระบวนการนั้นต้องใช้ Serum (น้ำเหลืองจากวัว)
1. ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดโรควัวบ้าในอนาคต และโรควัวบ้านั้นมีการฟักตัวเป็นเวลาหลายสิบปีกว่าจะมีอาการได้ และไม่สามารถวินิจัยก่อนอาการนั้นจะปรากฏตัว เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ทั้งชีวิตเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น
2. จำนวน Stem Cell ที่จะได้หลังจากการเพาะมันไม่แน่นอนว่าจะถึงปริมาณที่จะนำไปรักษาโรคได้
3. ถ้าเกิดต้องฉีด Stem Cell ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงใน Serum วัว จะทำให้เกิดอาการแพ้ต่อโปรตีนวัว ซึ่งไม่มีอยู่ในเลือดของคนเราทั้วไป การต่อต้านนั้นอาจจะถึงชิวิตของผู้รับได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปสนใจกับสิ่งที่ไม่เป็นมาตรฐานในการรักษา
http://www.bangkokpost.com/business/...king-on-health