โอ้ว... พี่นีน่าตอบนาเดียได้ละเอียดมากๆ... ความรู้แน่นเปรี๊ยะ

มาเสริมนิดนึงนะค้า... ในฐานะที่เคยเป็นคนคิดชื่อสินค้าพวกนั้นมาบ้าง

Essence, Emulsion, Emollient, Moisturizer, Cream ทั้งหมดนี้เป็นผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทุกตัวมีส่วนผสมหลักๆ เหมือนกัน คือ น้ำ, ไขมัน, สารเก็บน้ำ (ให้น้ำในผลิตภัณฑ์ติดอยู่กับผิว ไม่ระเหยง่าย), สารที่ทำให้น้ำกับน้ำมันไม่แยกตัว - สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้ง (ส่วนวิตามินต่างๆ หรือสารชื่อแปลกๆ นั้นเป็นส่วนผสมที่ฝ่ายการตลาดคิดมาให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจ แต่ใส่น้อยมากจนไม่มีผลอะไรกับผิว)

สิ่งที่ทำให้แต่ละผลิตภัณฑ์เหล่านี้แตกต่างกัน คือปริมาณการผสม อย่าง Essence ก็จะผสมให้น้ำเยอะหน่อย จะได้ความรู้สึกบางๆ อย่าง Cream ก็ผสมให้ไขมันเยอะหน่อย ก็จะเข้มข้นกว่า มีไขมันไปเคลือบผิวได้มากกว่า จึงเหมาะกับคนผิวแห้ง

วิธีใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้หลายตัว เพราะมีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด (ยกเว้นว่าผิวแห้งมากๆ ก็ใช้ซ้อนๆ กันได้บ้าง) ใช้ตามลักษณะผิวตามที่พี่นีน่าบอกค่ะ

ส่วน Gel, Milk, Oil, Cream สำหรับเช็ดเครื่องสำอางค์ออก ก็มีส่วนผสม และคุณสมบัติเหมือนกันทุกตัวเช่นกัน แตกต่างที่วิธีการการผสม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะต่างๆ กัน ส่วนผสมหลักๆ ที่กลุ่มนี้ ก็คือน้ำมัน จุดประสงค์หลัก เพื่อให้ละลายเครื่องสำอางค์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันออกได้ (ถ้าล้างด้วยน้ำเปล่า อาจจะล้างไม่ออก เพราะน้ำกับน้ำมันผสมกันไม่ได้)

วิธีใช้ก็เลือกใช้ตามลักษณะผิว หรือตามใจชอบ อย่างที่พี่นีน่าแนะนำ ใช้อย่างเดียวก็พอค่ะ หรือจะใช้เบบี้ออยล์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอื่นๆ ก็มีผลอย่างเดียวกันค่ะ (แต่อาจจะทำให้หน้าเหนียวมากกว่า)

สำหรับคนที่ชอบให้หน้าเกลี้ยงเกลามากๆ ก็คงต้องใช้สบู่ หรือโฟม ล้างตามอีกรอบ เพราะน้ำมันจากผลิตภัณฑ์ยังค้างอยู่บนหน้า

ส่วน Soap, Foam, Powder ก็เป็นพวกเดียวกัน มีคุณสมบัติเดียวกันทั้งหมด ถึงจะรูปร่างหน้าต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่มีส่วนประกอบหลักๆ อย่างเดียวกัน คือ surfactant (สารลดแรงตึงผิว) ซึ่งจะทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัว แทรกซึมเข้าไปชะล้างเครื่องสำอางค์ออกได้ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ก็เหมือนๆ กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแชมพู น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก สบู่ etc. มีคุณสมบัติอย่างเดียวกันทั้งหมด (เวลาไปตกยากอยู่ที่ไหน ใช้ซันไลท์ ตั้งกะสระผม ล้างหน้า จนอาบน้ำ ได้เลยค่ะ)

แต่สิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ชำระล้างต่างๆ ต่างกันก็คือ ปริมาณซิลิโคนที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ ถ้ามีซิลิโคนมาก ล้างแล้วผิวก็จะลื่นๆ เพราะซิลิโคนเคลือบผิวอยู่

ส่วนพวก toner, refresher ก็คือน้ำผสมน้ำหอม ผสมสี บางชนิดก็ผสมแอลกอฮอล์ อย่างพวก refresher ที่พี่นีน่าบอก พวกนี้ใช้แล้วก็คือเหมือนเช็ดหน้าอีกครั้งเท่านั้นค่ะ ใช้เพื่อความสบายใจ... แต่ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลยค่ะ

Serum ก็คือ น้ำมันซิลิโคน พอทาผิวแล้วจะเคลือบผิว และที่ทำให้รู้สึกว่าริ้วรอยหายไป ก็เพราะซิลิโคนไปเติมตามร่องริ้วรอย แต่ไม่ได้ช่วยให้ริ้วรอยหายไปจริงๆ หรอกค่ะ พอ serum ระเหยไป หรือพอล้างออก ผิวก็มีริ้วรอยอยู่ตามเดิม สำหรับ Serum ก็ใช้แค่ตอนจะแต่งหน้าก็พอ เพราะจะทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ

แต่บางคนผิวแห้งมากๆ ก็ชอบทา Serum ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น ก็ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น เพราะน้ำมันไปช่วยเคลือบผิวไว้อีกชั้นนึงค่ะ

อย่างที่พี่นีน่าสรุปนั้นถูกต้องที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่าง ไม่ต้องไปติดที่ชื่อเรียก (ชื่อเรียกนั้นก็แล้วแต่ฝ่ายการตลาดจะคิดขึ้นมาให้ดูน่าสนใจค่ะ) หรือยี่ห้อ ใช้เท่าที่จำเป็น และเหมาะกับผิวเราก็พอค่ะ

ป.ล. ตื่นเต้นอยากเจอเพื่อนๆ พรุ่งนี้แล้ว...