Quote Originally Posted by LookKaeW78 View Post
อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกจริงๆค่ะ

แต่สำหรับเรา เราคิดว่าอย่าคาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงนิสัยหลังแต่งงานนะคะ

คนเราเคยเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น สำหรับเรา ถ้าถึงขั้นแต่งงาน

มันคือการยอมรับอีกฝ่าย ถ้าเขาเป็นแบบนี้ตอนเป็นแฟนกับคุณ

หลังแต่งงานก็จะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปค่ะ ไม่มีวันเลิกได้หรอก

เรายกตัวอย่างให้ดูเพื่อนแฟนเราคนนึง

เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี สูบบุหรี่ กินเหล้า เล่นการพนัน แถมมีกิ๊กเยอะมาก

เที่ยวอาบอบนวด แล้วก็นวดกษัยบ่อยมากเช่นกัน

และในขณะเดียวกัน เขาก็รักแฟนเขามาก คบกันนานถึง 13 ปี แต่ปกปิดเรื่องทุกอย่าง

แต่ผู้หญิงรู้นิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่ทั้งหมด ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ยังมีได้ เก่งจริงๆ

(ผู้หญิงเขารู้แค่เรื่องกินเหล้าเมาหัวราน้ำ สูบบุหรี่ ไม่รู้เรื่องมีกิ๊กกับเที่ยวอาบอบนวด)



ก่อนแต่งงาน เพื่อนคนนี้เคยบอกแฟนเราว่า หลังแต่งงานจะเลิกทุกอย่าง

อยากกลับตัวเป็นคนดี ... พอหลังแต่งเป็นงัยรู้มั้ยคะ เหมือนเดิมทุกประการค่ะ เพราะว่าหลังแต่งภรรยาก็ท้อง

แถมตอนท้องยังไม่สามารถมาตามได้บ่อยๆเหมือนตอนเป็นแฟนกันอีก

สรุปให้อย่างง่ายๆ

ถ้าคุณรักเขาคุณต้องทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วคิดเสียว่าธรรมดาผู้ชายส่วนใหญ่เขาเป็นกัน

คิดในแง่ดีว่า ดีกว่าเขาไปมีกิ๊กเป็นตัวเป็นตนนะคะ

แต่ถ้ารักตัวเองมากกว่าต้องยอมเจ็บให้ได้ เหมือนผ่าตัดแผลใหญ่ ก็ให้เลิกเสียดีกว่า

เพราะหลังแต่งก็คงมีปัญหาแบบนี้ถ้าเลิกก่อนแต่ง

คุณยังสาว ยังสามารถเจอคนดีๆที่เขาจริงใจกับเรา รักเรามากกว่านี้นะคะ

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ก็ขอให้คุณโชคดีกับความรักค่ะ
เห็นด้วยกับคุณ LookKaeW78 คับ ผู้ชายที่เจ้าชู้หรือชอบมีกิ๊กหรือมักมากในเรื่องพวกนี้
มีน้อยคับที่จะเปลี่ยนแปลงได้ (อันนี้มองในฐานะผู้ชายด้วยกันที่รู้เช่นเห็นชาติกันแล้วนะคับ)
ซึ่งผมวิเคราะห์ว่าเป็นผลอันเนื่องมาจาก sexual drive หรือ libido ที่มากเกินไป ซึ่งจะมีมากเป็นปกติในเพศชาย
ทำให้ผู้ชายไม่พอในเรื่องพวกนี้ซักที และผู้ชายจะรู้สึกตื่นเต้นเวลามีอะไรลับ ๆ เหมือนการได้ผจญภัยคับ
แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าพวกเราที่เป็นมนุษย์มีสมองส่วน cerebrum ซึ่งเจริญสูงสุด
มากกว่าสัตว์อื่น ๆ เพื่อให้เราสามารถควบคุมสันชาตญาณดิบ ๆ เช่น sexual drive เอาไว้ได้ ดังนั้นผมเห็นว่า
การห้ามผู้ชายไม่ให้เจ้าชู้ ถ้าแค่เค้ามอง ญ คนอื่นเวลาไปเดินเที่ยว หรือ พูดคุยหยอกล้อเล่น ๆ กับคนรู้จักหรือ
ในที่ทำงาน ผมก็ว่าอย่าไปเอามาใส่ใจเลยคับ แต่ถ้าเกินเลยมาก ๆ อย่างที่คุณ จขกท เล่ามาอันนี้ไม่ไหวนะคับ
ผมว่าแต่งงานกันไปยิ่งมีปัญหา ถ้าหากคุณ จขกท ยังต้องการที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องยื่นคำขาดแบบเด็ดขาด
ไปเลยคับว่าจะเลือกคุณ จขกท หรือเลือก พนง อาบ อบ แนบ แล้วก็ผมแนะนำว่า (อันนี้อาจโหดไป)
ตอนแต่งงานทำสัญญาเลยคับว่าหากเค้ามีภรรยาน้อย หรือนอกใจแล้ว คุณจขกท ทนไม่ไหว มีการเลิกลากันไป
ต้องได้รับค่าเสียหายยังไงบ้าง อาจดูเหมือนธุรกิจไปหน่อย แต่เรื่องแบบนี้ ญ เป็นผู้เสียเปรียบคับ ต้องอดทน
ทุกอย่าง ซึ่งถ้าลองคุณ จขกท มีกิ๊กดูสิคับ ผมรับรองว่า คุณแฟนอาละวาดโวยวาย ไม่เงียบ ๆ เหมือนที่
คุณ จขกท ทำแน่ ๆ ผู้ชายเป็นเพศที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวและโลกทัศน์แคบในเรื่องแบบนี้คับ

เขียนมาซะยาว บางท่านอาจสงสัยว่าทำไมผมถึงเข้าข้างผู้หญิง เพราะว่า ผมเคยทำวิจัยทางด้านสตรีมาก่อนคับ
เจอ case study มาเยอะ น่าสงสารมาก ๆ เป็นเพราะว่าความมักมากและเห็นแก่ตัวของผู้ชายเท่านั้น พอเจอคนแบบนี้
ก็จะรู้สึกไม่ไดด้วยมาก ๆ คับ