Previous
Next
Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก Downtown
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
กระทู้แนะนำล่าสุดจาก
Page 1 of 2 1 2 LastLast
Results 1 to 10 of 11

Thread: "หมอเขียว" ศูนย์บาท รักษาทุกโรค กับ ใบย่านาง สมุนไพรลดความอ้วน,แก้โรคเบาหวาน,ความดัน,หัวใจ มะเร็ง, ภูมิแพ้,ร้อนใน,ไซนัสจมูกตัน,ไมเกรน,ริดสีดวงทวาร,ปอดร้อนนอนกรน กรดไหลย้อน ฯลฯ

  1. #1
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    "หมอเขียว" ศูนย์บาท รักษาทุกโรค กับ ใบย่านาง สมุนไพรลดความอ้วน,แก้โรคเบาหวาน,ความดัน,หัวใจ มะเร็ง, ภูมิแพ้,ร้อนใน,ไซนัสจมูกตัน,ไมเกรน,ริดสีดวงทวาร,ปอดร้อนนอนกรน กรดไหลย้อน ฯลฯ



    "หมอเขียว" ศูนย์บาท รักษาทุกโรค

    "ทำไมทุกคนยังป่วย ทั้งที่เครื่องมือแพทย์ทันสมัยขึ้น ทำไมรักษาไปแล้วแพงขึ้นทุกวัน ที่สำคัญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกลับป่วยแซงหน้าชาวบ้านอีก"


    "หมอเขียว" ใจเพชร กล้าจน
    ภาพขณะรับรางวัลสาขา คนต้นเรื่องแห่งปี
    หมอเขียวลองรักษาโดยวิเคราะห์ ธาตุร้อน - เย็น ด้วยตนเอง ให้ยาฤทธิ์เย็นมากขึ้นตามโลกที่ร้อนขึ้น เริ่มจากรักษาแม่ที่ปวดมดลูกให้หายได้ ทั้งที่แพทย์ปัจจุบันหาสาเหตุไม่พบ จากนั้นก็ใช้แนวทางดังกล่าวไปรักษาโรคมะเร็ง โรคไต โรคความดัน และบันทึกการรักษาทุกครั้ง ผลปรากฏว่าคนไข้ร้อยละ 90 อาการทุเลา รู้สึกสบายขึ้น เมื่อค้นพบว่าการรักษาที่ได้ผลจริงนั้น พระพุทธเจ้าได้สอนไว้หมดแล้ว หมอจึงประมวลความรู้ทั้งหมด และเรียกชื่อว่า "การแพทย์วิถีพุทธ"

    ยา 9 เม็ดที่หมอเขียวใช้รักษาก็ไม่มีราคาค่างวด เพราะเป็นหลักปฏิบัติ 9 ประการที่ทำได้เอง ได้แก่ รับประทานสมุนไพรปรับสมดุล แช่มือเท้าในน้ำสมุนไพร รับประทานอาหารปรับสมดุล ใช้ธรรมะคลายเครียด ออกกำลังกายกดจุดลมปราณรู้จักเพียรและพักให้พอดี ทำกัวซา ดีทอกซ์ และพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ ด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน เมื่อไม่ต้องเสียค่ายาแพง ๆ หรือเสียค่าหมอ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "ศูนย์บาท รักษาทุกโรค"

    ความตั้งใจทั้งหมดของหมอเขียว ไม่เพียงทำให้หลาย ๆ คนได้เห็นว่า ชีวิตที่ดี ไม่มีโรคภัย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากๆ ไปแลกหาจากการแพทย์สมัยใหม่ หากแต่ยังมีนัยไปถึงวิถีพุทธ วิถีไทย ที่พยายามอย่างสูงสุดในการพึ่ง พา ตนเอง และเป็นผู้แรกในยุคปัจจุบัน ที่ริเริ่ม ทดลอง ใช้ ใบย่านางจนเป็นที่นิยมแพร่หลายกันในทุกวันนี้

    บทความทั้งหมดเกี่ยวกับใบย่านางที่จะนำมาลงนี้เป็นผลงานส่วนหนึ่งของคุณหมอเขียว เรานำมาเผยแพร่เพื่อสนับสนุนเจตนาของหมอเขียวที่อยากให้ทุกคนสุขภาพดี หากใครมีโอกาสแนะนำให้หาซื้อผลงานของหมอเขียวมาอ่านและมีติดไว้คู่บ้าน หนังสือของหมอเขียวทุกเล่มราคาถูกไม่แพงเลย โดยเฉพาะ เรื่องใบย่านางเล่มละ 10 หรือ 12 บาทนี้แหล่ะ


    ติดตามอ่านผลงานหมอเขียวเพิ่มเติมได้ในลิงค์ ผลงานหมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)



    สำหรับ ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานใบย่านาง จะได้อ่านในโพสต่อไปค่ะ

    Thanks IAm, iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  2. #2
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    ตัวอย่าง ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพ

    เอสเองศึกษาเรื่อง สารอาหาร และอาหารเสริมมามากมาย นอกจากการใช้อาหารเสริม ที่เลือกแล้ว สุดท้ายก็ต้องมี ของจากธรรมชาติควบคู่ด้วยค่ะ จะยิ่งได้ผล ยิ่งขึ้น

    โดยเฉพาะ สารอาหารธรรมชาติที่แนะนำโดยหมอเขียว หมอเป็นคนที่ศึกษา จริงจัง และมีการทดลองใช้จริงตลอด ทั้งด้วยตนเองและคนรอบข้าง จึงเชื่อถือได้ โดยเฉพาะ ใบย่านางที่หมอเขียวแนะนำ เป็นประโยชน์กับ คนที่่บ้านเอสมากๆ เลยค่ะ พ่อแม่ พี่น้องทุกคนทานกันหมด ทานคู่กับอาหารเสริมสมัยใหม่ที่เลือก

    โดยเฉพาะพ่อ ที่เป็นมะเร็ง และเบาหวานเอสใช้สารอาหาร ใบย่านางคู่กันกับการรักษาสมัยใหม่ ทำให้ค่าตัวเลข ของมะเร็งและเบาหวานลดลงได้เยอะเลยค่ะ

    ขอบคุณ คุณหมอที่กำลังรักษาพ่อ หมอเขียว บริษัทผลิตสารอาหารเสริมทางเลือกที่พยายามหาวิธีการรักษา ที่ดีให้กับผู้ป่วยทุกคน และดูแล พ่อ และ แม่ ที่เอสรัก

    หมายเหตุ เหตุผลง่ายๆ นะคะ ที่เอสนอกจากจะรักษาด้วยการรักษาสมัยใหม่แล้วยังใช้ สารตามธรรมชาติอีก ก็เพราะว่า สารสกัด หรือสังเคราะห์ โดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยังไม่สามารถ สกัดหรือสังเคราะห์ ทดแทนสารที่มีในธรรมชาติ ได้ทั้งหมด

    ตัวอย่าง ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพ จนมีผลให้อาการเจ็บป่วยทุเลาเบาบางลง

    1. นางครั่ง มีทรัพย์ อายุ 53 ปี 28 หมู่ 7 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เป็นเนื้องอกที่มดลูก มดลูกโต ตกเลือด มึนชา ปวดตามร่างกาย ดื่มน้ำย่านางพร้อมกับปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกิน อาการทุเลาตามลำดับ หลังจากปฏิบัติได้ 3 เดือน อาการดังกล่าวหายไป

    2. นางสมนึก ห้องแซง อายุ 67 ปี 51/386 หมู่ 1 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เป็นมะเร็งปอด ดื่มน้ำย่านาง พร้อมปรับสมดุลร้อน-เย็น ภายใน 3 เดือนผ่านไป อาการทุเลาลงมาก ไปทำอัลตราซาวด์ พบว่าก้อนมะเร็งฝ่อลง

    3. นางทองจีน ยิ้มใส่ อายุ 45 ปี 109 หมู่ 10 ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นมะเร็งตับ ดื่มน้ำย่านางพร้อมกับปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกิน 3 เดือนผ่านไป อาการทุเลาตามลำดับลงมาก ไปทำอัลตราซาวด์ พบว่าก้อนมะเร็งฝ่อลง


    หมอเขียว กับ ป้าย ที่พยายามบอกให้ทุกคน รู้ว่า สุขภาพเป็นเรื่องที่เราพึ่งตนเองได้

    4. นางผัน ถนอมบุญ อายุ 45 ปี 109 หมู่ 10 ตำบลจานลาน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นมะเร็งมดลูก ดื่มน้ำย่านาพร้อมกับปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกินได้ 2 สัปดาห์ อาการทุเลาลงมาก พอได้ 2 เดือน ไปตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบเซลล์มะเร็ง

    5. นางสาวสงัด สีน้ำเงิน อายุ 58 ปี 442 หมู่ 1 ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอกที่เต้านม ดื่มน้ำย่านางพร้อมกับปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกิน 1 เดือน อาการทุเลาตามลำดับลงมาก เนื้องอกที่เต้านมยุบไป

    6. ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ จำนวน 40 คน มาเข้าค่ายสุขภาพที่ศูนย์ฝึกสวนส่างฝัน หลักสูตร 3 วัน มีการดื่มน้ำย่านาง กายบริหาร กินอาหารพืชผักผลไม้ไร้สารพิษโดยปรุงแต่งอาหารให้มีฤทธิ์เย็น มีการตรวจเลือดและตรวจร่างกายก่อนและหลังเข้าค่าย พบว่าผู้ป่วยมีค่าน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตลดลง สมรรถภาพร่างกายก็โปร่ง โล่ง สดชื่น


    บ้านของหมอเขียว

    7. ท่านสมณะเด่นธรรม ธรรมรักขิตโต อายุ 62 ปี พุทธสถานสันติอโศก กรุงเทพฯ เป็นภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะทุกวันเป็นมา 10 ปี หลังดื่มน้ำย่านางแลปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกิน 1 สัปดาห์ อาการไม่สบายทั้งหมดทุเลาลงมาก

    8. นายเพื่อนพืช หมื่นยุทธ์ อายุ 28 ปี พุทธสถานสันติอโศก กรุงเทพฯ เหงือกอักเสบอย่างรุนแรง และเรื้อรังมา 4 ปี จนเคี้ยวอาหารปกติไม่ได้ ถึงขั้นต้องปั่นข้าวกิน หมอนัดผ่าตัด กำลังรอคิว กินน้ำย่านางและปฏิบัติตัวแก้ภาวะร้อนเกินที่ศูนย์ฝึกสวนส่างฝันได้ 10 วัน อาการทุเลาลง 80% จึงทำให้ไม่ต้องผ่าตัด

    9. นายบุญชู คงสมจิตร อายุ 78 ปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2549 มีอาการอัมพฤกษ์ ลุกนั่งไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ กระดิกแขนขาได้เล็กน้อย แขนขาอ่อนแรง ก่อนหน้านั้นมีอาการร้อนใน ปัสสาวะน้อยและบ่อย สีเข้ม ปัสสาวะกลางคืน 8-9 ครั้ง ช่วงเที่ยงคืนถึงตีสามตาแดง ตาแห้ง ไข้ขึ้นบ่อย ท้องผูกบ่อย คอแห้ง ผิวตกกระเป็นจ้ำๆ เป็นเรื้อรังมา 5 ปี หลังจากที่กินน้ำย่านางผสมอ่อมแซบใบเตย หญ้าปักกิ่ง ว่านกาบหอย ผักบุ้ง เสลดพังพอน และบัวบก พร้อมปฏิบัติตัวแก้ภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน 1 สัปดาห์ ผ่านไป แขนขาเริ่มมีกำลัง ผ่านไป 3 สัปดาห์ ลุกนั่งเองได้ 4 สัปดาห์ สามารถลุกเดินได้ อาการไข้หายไป ไม่มีท้องผูก ปากคอชุ่ม ผิวจ้ำดำคล้ำหายไป



    เป็นมะเร็ง อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ฟังคลิปนี้ก่อนนะคะ

    สำหรับ ความรู้เกี่ยวกับใบย่านางและการใช้งานอย่างไรจะได้อ่านในโพสต่อๆไปค่ะ

    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  3. #3
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    จุดเริ่มต้น ครั้งแรก กับ ประสพการณ์ใบย่านาง

    เมื่อคุณแม่ของหมอเขียวตกเลือดจากมดลูกอย่างรุนแรง และหลังจากที่เขาตัดสินใจใช้ย่านาง เป็นสมุนไพรหลักในการบำบัดอาการของคุณแม่ก็ทุเลาอย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน เลือดหยุดไหล เมื่อใช้ย่านางอีกบำบัดต่อเนื่องอีก 3 เดือนต่อมา มดลูกที่โต 16 เซนติเมตรก็ยุบลงเหลือเท่าขนาดปกติ คือเท่าผลชมพู่ ผิวมดลูกที่ขรุขระเหมือนหนังคางคกก็หายไป อาการตกขาวก็หายไปด้วย

    ต่อมาเขาทดลองใช้ย่านางกับผู้ป่วยมะเร็งตับ ผู้ป่วยก็อาการดีขึ้น เมื่อครบ 3 เดือนไปตรวจอัลตราซาวด์ พบว่ามะเร็งฝ่อลง จากนั้นก็ทดลองกับผู้ป่วยโรคเกาต์ให้ดื่มน้ำ ย่านางต่อเนื่อง 3 เดือน อาการปวดข้อก็หายไป ไปตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบโรคเกาต์ ซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบัน บอกว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ได้ทดลองกับผู้ป่วยเบา หวานและความดันโลหิตสูง หลังจากดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้ หลังจากนั้นเขาได้ข้อมูลจากคนแก่อายุ 77 ปีคนหนึ่งที่ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่องกัน 1 เดือน พบว่าผมที่เคยขาวกลับเปลี่ยนเป็นสีเทา และมีสีดำแซม ลูกสาวของคนแก่ดังกล่าวเป็นเชื้อราทำลายเล็บ รักษาด้วยการทาและกินยาแผนปัจจุบันไม่หาย พอดื่มน้ำย่านางได้ 10 วัน ก็ทุเลาอย่างรวดเร็ว


    ภาพหมอเขียวกับคุณแม่ครั่งในวันรับปริญญา

    เขาได้ทดลองให้น้ำย่านางกับผู้ป่วยอีกหลายโรคหลายอาการไม่ว่าเป็นอาการไข้ ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตุ่มผื่นคัน และอาการอื่นๆ ก็พบว่าอาการทุเลาอย่างรวดเร็ว เขาได้ข้อมูลจากผู้ป่วยหลายคนที่นำย่านางไปใช้บำบัดรักษาโรคพบว่า ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่รักษายาก หรือโรคที่รักษาง่ายหลายโรคหลายอาการย่านางสามารถบำบัดรักษาให้ทุเลาเบาบาง หรือหายได้ ดังนั้น เขาจึงได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับย่านาง เผื่อว่าย่านางอาจจะเป็นส่วนที่ช่วยบำบัด บรรเทาทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บของญาติพี่น้องของเพื่อนร่วมโลกได้บ้าง

    ใบย่านางคืออะไร ย่านางเป็น พืชสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารและเป็นยามาตั้งแต่ โบราณหมอยาโบราณภาคอีสาน เรียกชื่อยาของย่านางว่า “หมื่นปีไม่แก่”


    ภาพใบย่านาง

    ชื่อ : ใบย่านาง

    ชื่อสามัญ : Bai-ya-nang

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tiliacora triandra Diels

    วงศ์ : MENISOERMACEAE



    ประสบการณ์การใช้ตามแนวธรรมชาติ

    จากประสบการณ์คนที่ได้ใช้ใบย่านางกับผู้ป่วยพบว่า ใบย่านางมีฤทธิ์เย็น จึงใช้ใบย่านางปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการอัน เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน พบว่าใบย่านางเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในการป้องกันคุ้มครองรักษา และฟื้นฟูเซลล์ร่างกายของคนในยุคนี้ เพราะคนส่วนใหญ่จะมีภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป อันเนื่องมาจากผู้คนส่วนใหญ่มีความเครียดสูง มักถูกบีบคั้น กดดันจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ให้ต้องแก่งแย่งแข่งขัน เร่งรีบ เร่งร้อน สิ่งแวดล้อมถูกทำลายก็มีมลพิษมากขึ้น ต้นไม้ที่ให้ออกซิเจน ร่มเย็น ให้ความชุ่มชื้นก็ถูกทำลายจนเหลือน้อย โลกจึงร้อนขึ้น


    อาหารและเครื่องดื่มปนเปื้อนสารเคมีมากขึ้น

    ตั้งแต่กระบวนการเริ่มผลิตทางการเกษตร ที่ใช้สารเคมีกันอย่างมากมายจนถึงการปรุงอาหาร ผู้คนอยู่กับเครื่องไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยหลัก ที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป


    สถานการณ์ดังกล่าวตรงกันข้ามกับเมื่อ 30-50 ปีที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความ เครียด วิถีชีวิตเรียบง่าย สงบ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน ไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนคนยุคนี้ สิ่งแวดล้อมมีมลพิษน้อย ป่าไม้ก็มีมาก แม่น้ำลำธารใสสะอาด อาหารการกินไม่มีสารเคมีเจือปน ตั้งแต่กระบวนการผลิตทางการเกษตร จนถึงกระบวนการปรุงอาหารก็ไร้สารพิษ ปรุงแต่งน้อย รสไม่จัดจ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่ค่อยมี ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนั้น จึงมักมีภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกินไป

    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  4. #4
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อน เกินไป

    อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อน เกินไป ซึ่งสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาได้ มีดังต่อไปนี้


    1. ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียว หรือไม่ค่อยมีขี้ตา

    2. มีสิว ฝ้า

    3. มีตุ่ม แผล ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ

    4. นอนกรน ปากคอแห้ง ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย

    5. ผมหงอกก่อนวัย รูขุมขน ขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอ ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง

    6. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว

    7. มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง มีรอยจ้ำเขียว คล้ำ


    ภาพประกอบภาวะร้อนในปัจจุบัน

    8. ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกายหรือตามข้อ

    9. กล้ามเนื้อเกร็งค้าง กดเจ็บ เป็นตะคริวบ่อยๆ

    10. ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้ เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสียตามร่างกาย

    11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย

    12. ท้องผูก อุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขี้แพะ บางครั้ง มีท้องเสียแทรก

    13. ปัสสาวะมีปริมาณน้อย สีเข้ม ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมากๆ จะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ หรือมีเลือดปนออกมาด้วย มักมีปัสสาวะช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 (คนที่ร่างกายปกติ สมดุล จะไม่ตื่นปัสสาวะกลางดึก)

    14. ออกร้อนท้อง แสบท้อง บางครังมีอาการ ท้องอืดร่วมด้วย

    15. มีผื่นที่ผิวหนัง ปื้นแดงคัน หรือมีตุ่มใสคัน

    16. เป็นเริม งูสวัด

    17. หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น สีเหลืองหรือสีเขียว บางทีเสมหะพันคอ

    18. โดยสารยานยนต์ มักอ่อนเพลียและหลับขณะเดินทาง

    19. เลือดกำเดาออก

    20. มักง่วงนอน หลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ

    21. เป็นมากจะยกแขนขึ้นไม่สุด ไหล่ติด

    22. เล็บมือ เล็บเท้า ขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย มีสีน้ำตาลหรือดำคล้ำ อักเสบ บวมแดงที่โคนเล็บ

    23. หน้ามืด เป็นลม วิงเวียน บ้านหมุน คลื่นไส้ มักแสดงอาการเมื่ออยู่ในที่อับ หรืออากาศร้อนหรือเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกิน หรือทำงานเกินกำลัง

    24. เจ็บเหมือนมีเข็มแทงหรือไฟช็อต หรือร้อนเหมือนไฟเผา

    25. อ่อนล้า อ่อนเพลีย แม้นอนพักก็ไม่หาย

    26. รู้สึกร้อนแต่เหงื่อไม่ออก

    27. เจ็บปลายลิ้น แสดงว่าหัวใจร้อนมากถ้าเป็นมากจะเจ็บแปลบที่หน้าอก และอาจร้าวไปที่แขน

    28. เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง

    29. หิวมาก หิวบ่อย หูอื้อ ตาลาย ลมออกหู หูตึง

    30. ส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า ออกร้อน บางครั้งเหมือนไฟช็อต

    31. เกร็ง ชัก

    32. โรคที่เกิดจากสมดุลแบบร้อนเกินไป ได้แก่ โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อน ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหารลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วไต นิ่วกระเพาะปัสสาวะ นิ่วถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโต โรคเกาต์ ความดันสูง เบาหวาน เนื้องอก มะเร็ง พิษของแมลงสัตว์กัดต่อย


    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  5. #5
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5
    วิธีใช้

    ใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิล คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกินไป ดังนี้



    1. เด็กใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว (200-600 ซีซี.)

    2. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

    3. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

    4. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วนถึงตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว โดยใช้ใบย่านางสดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นในเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำงายความเย็นของใบย่านาง) แล้วกรองผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ ½-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำเปล่า ในอุณหภูมิห้องปกติ ควรดื่มภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากทำน้ำใบย่านาง เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม จะทำให้เกิด ภาวะร้อนเกินไป แต่ถ้าแช่ในน้ำแข็งหรือตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตที่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเป็นหลัก

    5. การทำน้ำย่านางอาจผสมน้ำมะพร้าว หรือน้ำเล็กน้อย เพื่อผลทางยาหรือช่วยให้ดื่มง่ายขึ้น

    6. บางคนเป็นโรคหรือมีอาการหนักมาก บางครั้งย่านางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ทุเลาได้ ให้ใช้พืชฤทธิ์เย็นที่นำมาช่วยเสริม โดยนำมาขยี้ โขลกหรือปั่นรวมกับย่านาง พืชฤทธิ์เย็นที่นำมาเสริมฤทธิ์ย่านางที่มีประสิทธิภาพดีได้แก่ ใบอ่อมแซ่บ 1 กำมือ ใบเตย 1-3 ใบ ผักบุ้ง 5-10 ต้น บัวบก 1 กำมือ เสลดพังพอนตัวเมีย 5-10 ยอด (1 ยอด ยาว 1 คืบ) ใบตำลึงแก่ 1 กำมือ หญ้าปักกิ่ง 1-3 ต้น ว่านกาบหอย 3-5 ใบ เป็นต้น โดยนำมาเสริมเท่าที่จะหาได้ พืชชนิดใดที่หาไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้ และถ้าพืชชนิดใดไม่ถูกกับผู้ที่จะดื่มก็ไม่ต้องมาผสม อาการของพืชที่ไม่ถูกกับร่างกาย คือ เมื่อรับประทานหรือสัมผัสพืชนั้นจะระคายคอ หรือมีอาการไม่สบายบางอย่าง พอผสมกันหลายอย่าง ก็รับประทานได้โดยไม่มีอาการผิดปกติ แต่บางคนแม้ผสมกันหลายอย่าง ก็ยังแสดงอาการผิดปกติอยู่ ก็ให้งดใช้พืชชนิดนั้นเสีย

    7. บางคนไม่ชินกับการรับประทานสด ก็สามารถผ่านไฟอุ่นหรือเดือดได้ไม่เกิน 5 นาที โดยตรวจสอบร่างกายของตนเองว่า ระหว่างรับประทานสดกับผ่านไฟ อย่างไหนรู้สึกสดชื่น สบายหรืออาการทุเลาได้มากกว่าก็ใช้วิธีนั้น

    8. คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ให้ดื่มน้ำย่านางหรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็นกับกล้วยดิบและขมิ้น โดยใช้กล้วยดิบทั้งเปลือก 1 ลูก แบ่งเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กัน นำกล้วยดิบและขมิ้นอย่างละ 1 ชิ้น (ต่อครั้ง) โขลกให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืน พร้อมดื่มน้ำย่านาง หรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็น วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการออกร้อนท้องร่วมด้วยให้งดขมิ้น สำหรับกล้วยดิบ หรือขมิ้นอาจใช้เป็นลูกกลอกหรือแคปซูลก็ได้ ใช้กล้วยดิบครั้งละ 3-5 เม็ด 3 เวลา ก่อนอาหาร ส่วนขมิ้นใช้ครั้งละ 1-3 เม็ด 3 เวลา ก่อนอาหาร

    9. สำหรับคนที่มีอาการท้องเสีย ให้ใช้ย่านางปริมาณที่เหมาะสมกับบุคคลดังที่นำเสนอข้างต้น ขยี้กับใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบ หรือใบทับทิมครครึ่ง – 1 กำมือ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว ดื่มก่อนอาหาร ครั้งละครึ่ง – 1 แก้ว หรือดื่มบ่อยจนกว่าจะหายท้องเสีย ย่านางสามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย อีกสูตรหนึ่งที่ได้ผลดีมากคือ ดื่มน้ำย่านาง หรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น ควบคู่กับสมุนไพรต้ม คือเอาเปลือกสะเดา (ส่วนที่มีรสฝาดขมกึ่งกลางระหว่างเปลือกแข็งนอกสุดและแก่น) ยาว 1 คืบของผู้ป่วย กว้าง 1-2 เซนติเมตร เปลือกมังคุดสดหรือตากแห้ง 1-3 ลูก ใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบ ทั้งสามอย่าง รวมกัน ต้มใส่น้ำ 3-5 แก้ว เดือด 5-10 นาที แล้วผสมน้ำตาล 3-5 ช้อนโต๊ะ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา ก่อนอาหาร หรือจิบเรื่อยๆ จนกว่าอาการท้องเสียจะหาย

    10. การใช้น้ำย่านางกับภายนอกร่างกาย
    10.1 ใช้น้ำย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเจือจางกับน้ำเปล่าใช้เช็ดตัวลดไข้ได้ อย่างดี หรือใช้ผ้าชุบวางบริเวณที่ปวดออกร้อน ช่วยลดความร้อนของร่างกายและผิวหนัง

    10.2 ผสมน้ำยาสระผม ใช้สระผมได้อย่างดี ช่วยให้ศรีษะเย็น ผมดกดำหรือชะลอผมหงอก

    10.3 ใช้ย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณ ทาสิว ฝ้า ตุ่ม ผื่น คัน พอกฝีหนัง จะช่วยถอนพิษและแก้อักเสบได้

    11. การประเมินว่า ปริมาณหรือความเข้มข้นพอเหมาะที่จะดื่มหรือไม่

    11.1 ขณะที่ดื่มเข้าไป จะกลืนง่ายไม่ฝืดฝืน ไม่ระคายคอ

    11.2 อาการไม่สบายทุเลาลง ปากคอชุ่ม ร่างกายสดชื่น

    11.3 ถ้าดื่มน้อยไป อาการก็ไม่ทุเลา ถ้าดื่มมากไปก็จะเกิดอาการไม่สบายบางอย่าง หรือในขณะดื่มจะรู้สึกได้ว่าร่างกายจะมีสภาพต้านบางอย่างเกิดขึ้น

    12. สำหรับท่านที่ไม่ค่อยได้รับประทานผักสด ร่างกายก็จะขาดวิตามินและคลอโรฟิล ในใบย่านางมีวิตามิน คลอโรฟิลคุณภาพดี มีพลังสด พลังชีวิตประสิทธิภาพสูง ในการปกป้อง คุ้มครองและฟื้นฟูเซลล์ของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม


    หมายเหตุ

    1. หลายครั้งที่การดื่มสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ก็ควรจะทำอย่างอื่นเสริมในการปรับสมดุลร้อนหรือเย็นของร่างกายด้วย จะทำให้ประสิทธิภาพในการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพยิ่งขึ้น เช่น การปรับสมดุลด้านอิทธิบาท อารมณ์ อาหาร การออกกำลังกาย อากาศ เอนกายและเอาพิษออก ซึ่งรายละเอียดของการปรับสมดุลร้อน-เย็น ไม่สมดุล โดยใจเพชร มีทรัพย์ (หมอเขียว)

    2. ถ้าไม่มีย่านางหรือร่างกายไม่ถูกกับย่านาง ก็สามารถใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นตัวอื่น ๆ แทนได้
    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  6. #6
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    วิธีทำ..น้ำใบย่านาง

    ขอยกมาจากบล๊อก ของคุณ เนเวอร์แลนด์เลยนะคะ เพราะอ่านมาหลายวิธีแล้วชอบวิธีที่แนะนำในบล๊อกนี้กับอีกวิธีคือวิธีโบราณเลยใช้มือขยำไปเรื่อยๆ ให้ได้ผลครบถ้วนตามสูตรหมอเขียวห้ามนำไปใส่เครื่องปั่นนะคะ

    ขอบคุณรูปภาพและขั้นตอนอย่างละเอียดจากบล๊อกคุณ เนเวอร์แลนด์ ค่ะ
    วิธีทำ..น้ำใบย่านาง

    ช่วงนี้เขาฮิตอินเทรนพวกน้ำใบย่านาง เคยลองซื้อมาดื่มมันไม่เข้มข้นได้นิดเดียวด้วย และไม่มั่นใจในความสะอาดการทำ เลยหันมาลองทำไว้ดื่มเองดีกว่า มั่นใจการดื่มกว่าเยอะ

    ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบรสชาติมันมีกลิ่นเหม็นเขียว แต่ยังดีกลิ่นไม่แรงเท่าหญ้าปักกิ่ง ดื่มบ่อย ๆ แบบแช่ตู่เย็นชักจะชิน จะว่าไปกลิ่นก็ไม่ต่างจากน้ำคลอโรฟิลมากนัก




    ซื้อใบย่านางจากตลาด ที่บ้านไม่มีต้นย่านาง กิ่งก้านที่เหลือเลยลองเอาปักชำดูเผื่อปลูกติด
    ใบย่านาง เด็ดเอาแต่ใบแช่น้ำล้างให้สะอาด




    ตำๆๆ ใบย่านางให้ละเอียดหน่อยน้ำจะได้เขียว ๆ
    (บางคนจะปั่นด้วยเครื่องปั่น หรือจะใช้มือขยี้ก็ได้)




    ตักใส่ชามไว้ ใส่ใบโต ๆ หน่อย




    กดน้ำอุ่นที่ยังร้อนนิด ๆ ใส่ลงไป เพื่อฆ่าเชื้อโรคหน่อย
    แต่สารอาหารจะได้ยังเหลือ ถ้าใส่น้ำต้มร้อน ๆ เดี๋ยวพวกวิตามิน คลอโรฟินจะหาย




    ใส่กระชอนหรือผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำ




    กรอกเอาใส่ขวด ใส่ตู้เย็นเก็บไว้กินหลายวัน
    เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
    แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

    ดื่มแบบเย็นจะชื่นใจมาก รู้สึกสดชื่นทันที เพราะน้ำย่านางมีคลอโรฟิลเยอะมาก

    ใส่น้ำผึ้ง ถ้าอยากเพิ่มรสชาติและเปลี่ยนกลิ่นจะหอมน้ำผึ้ง
    หรือจะผสมน้ำอย่างอื่นแล้วแต่สะดวก

    ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ว วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
    หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ



    จบแล้วค่ะ สุดท้าย ฟังเพลงเพราะๆ จาก หมอเขียวค่ะ



    ขอบคุณหมอเขียว และ กัลยาณมิตร ของหมอเขียว ใจเพชร กล้าจน ทุกคนค่ะ


    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  7. #7
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

    ขอบคุณ



    ขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องในลิงค์เว็บต่อไปนี้ค่ะ
    บทความนี้รวบรวมข้อมูลและภาพจากหลากหลายเว็บไซด์


    Thanks iDnOuSe4, Siambrandname Webmaster, yourfwd, PO ขอบคุณ ผู้โพสต์ข้อความนี้

  8. #8
    PO is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    156
    Warning Points:
    0/5
    บทความดีมากๆเลยค่า

    ขอบคุณมากนะคะที่มาแชร์ ได้ยินกิตติศัพท์มาซักระยะแล้ว ว่าสมแล้วที่เค้าขนานนามให้ว่า พืชที่ช่วยให้เรา "หมื่นปีไม่แก่จริงๆ" ^^
    ... po po po...
    Like s ถูกใจ ข้อความนี้ ที่สุด

  9. #9
    s's Avatar
    s is offline Trusted Member
    Join Date
    Apr 2010
    Location
    มีหัวใจ
    Posts
    3,111
    Blog Entries
    4
    Warning Points:
    0/5

  10. #10
    Join Date
    Apr 2010
    Posts
    8,389
    Blog Entries
    9
    Warning Points:
    0/5
    ขอบคุณสำหรับกระทู้ขอนำไปเป็นกระทู้แนะนำนะครับเพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิก ขอบคุณครับ
    =======================================================
    เปิดโลก SBNTown
    กระทู้ แนะนำความรู้ในการใช้เครื่องมือของชุมชน SBN Town ที่ทำให้พวกเราสามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน
    จากกระทู้ "ร่วมรณรงค์ใส่ลิ้ง เปิดโลก SBNTown ใน sign เพื่อแนะนำเพื่อนๆ ในการใช้เครื่องมือของชุมชนให้มีทักษะเท่ากัน" โดยคุณiDnOuSe4

    เมื่อใช้เครื่องมือได้อย่างเท่าเทียมแล้ว ดูตัวอย่างและหลักการในการตั้งกระทู้ให้สวยงามน่าสนใจได้ในกระทู้รีวิวของเพื่อนสมาชิก
    กระทู้ มาร่วมสร้างสีสัน สร้างกระทู้ ให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้ง ภาพ แสง สี เสียง และตัวหนังสือ ได้ในกระทู้เดียว !!! โดยคุณ itasian


    ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเสียสละ สร้างระบบชุมชน SBN แห่งนี้ขึ้นมา
    ทั้งที่อาศัยอยู่ในชุมชน SBN และ SBNTown
    <--คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านคำขอบคุณ

    และ >>คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านเรื่องราวการเกิดขึ้นของชุมชน SBNTown<<

    =======================================================

Page 1 of 2 1 2 LastLast

Comments from Facebook

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •